ตอนนี้สะลัดทิ้งเรื่องตามเจียงหลีเพื่อเอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อน
“อ้ากกก!”
“อ้ากๆๆๆ”
เสียงกรีดร้องดังลอดออกมาจากสุสานที่กำลังถล่มไม่หยุดหย่อน
เกรงว่าจะมีคนในตระกูลไป่เซี่ยงถูกฝังร่างไปพร้อมกับสุสานโบราณไม่น้อย
“สุสานโบราณนี้ใหญ่มาก ทางเข้าออกก็มีมากมาย ตอนนี้เราไม่รู้ว่าทางเข้าออกใดถูกปิดผนึกไปแล้วบ้าง” ท่ามกลางการหลบหนี เหวินเหรินชิ่งชิ่งกล่าวขณะที่หลบหลีกหินที่ตกลงมา
หลังจากสิ้นคำพูดของนาง จู่ๆ เจียงหลีก็หยุดฝีเท้าแล้วเงยหน้ามองข้างบนสุสาน
“มีอะไรหรือ รีบไปสิ” ลู่เสวียนเร่งเร้า
เหวินเหรินชิ่งชิ่งเงยหน้ามองข้างบนของสุสานตามนาง แต่ก็ไม่เห็นมีเบาะแสอะไร
“พวกเขาอยู่ไหน” เวลานี้ก็มีเสียงดังมาจากข้างหลัง
ลู่เสวียนและเหวินเหรินชิ่งชิ่งหันหลังกลับไปมองก็เห็นว่าเป็นพวกตระกูลไป๋เซี่ยงไล่ตามพวกเขามานางนี้อย่างไม่ลดละ
เพียงแต่สุสานที่กำลังถล่มทำให้พวกเขาล่าช้าลง
“รีบไป! พวกมันตามมาทันแล้ว” เหวินเหรินชิ่งชิ่งเอ่ยอย่างรีบร้อน
หากถูกคนในตระกูลไป๋เซี่ยงตามทัน ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องเปิดศึกสงครามหรอก แต่เกรงว่าพวกเขาอาจจะตายในที่แห่งนี้ก็ได้
“รอเดี๋ยว!” ตอนนี้เจียงหลีกลับเอ่ยรั้งทั้งสองที่กำลังร้อนรน
นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่งามจองไปที่ยอดด้านบนของสุสานที่กำลังถล่มลง เมื่อแสงที่ลอดออกมาจากรอยแตกร้าว ดวงตาของเจียงหลีเปล่งประกาย นางจึงยกมือขึ้นไปโจมตีบนยอดสุสาน
พลังวิญญาณโจมตีไปที่ยอดบนสุสาน เมื่อสองแรงรว