มกันจึงทำให้ยอดสุสานที่ถูกโจมตีเกิดโพรงขนาดใหญ่
เมื่อโพรงถ้ำนี้ปรากฏ แสงด้านนอกก็ส่องผ่านเข้ามา
“เดินออกจากที่นี่” เจียงหลีเอ่ยขึ้น จากนั้นจึงพุ่งทะยานออกจากปากถ้ำแล้วหายไปต่อหน้าต่อตา
ลู่เสวียนตามไปเป็นคนที่สอง เหวินเหรินชิ่งชิ่งรีบตามไปติดๆ เงาร่างทั้งสามพุ่งออกไปยังนอกถ้ำ ปรากฏเสียงดัง ชิ้งๆๆ
พวกตระกูลไป่เซี่ยงที่ตามมาเห็นฉากนี้ก็เกิดแรงจูงใจเช่นกัน
พวกเขาค่อยๆ ทุบยอดสุสาน หลังจากทุบยอดสุสานจนแตกก็หนีออกมาจากสุสานที่พังทลายผ่านช่องว่าง
…
ท้องฟ้าด้านนอกสดใส
นี่ก็ไม่รู้ว่าเข้ามาในสุสานโบราณได้กี่วันมาแล้ว แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือเวลาฝึกประสบการณ์ยังไม่สิ้นสุด
ทั้งสามตกลงมายังดินโคลน นี่ไม่ใช่สถานที่พวกเขาเข้าไป
พื้นดินยังคงสั่นสะเทือน ราวกับภูเขาลูกนี้กำลังคำราม
เจียงหลีหันมองกลับไปก็เห็นฉากภูเขาถล่มลงมา
“ไป!” ยังไม่ทันได้หยุดพัก เจียงหลีก็เอ่ยขึ้นกับลู่เสวียนและเหวินเหรินชิ่งชิ่ง
ทั้งสามรีบลงมา พวกตระกูลไป๋เซี่ยงที่หนีออกมาจากสุสานโบราณตามหลังพวกเขามา พวกเขาก็ไม่มีเวลาไปใส่ใจ
ใครก็มิอาจล่วงรู้ การถล่มของสุสานจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของภูเขาทั้งลูกหรือไม่ ออกไปให้ไกลจากที่นี้ถึงจะรู้
แต่ทว่า ทั้งสามพึ่งวิ่งไปไม่เท่าไหร่ก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังรีบเข้ามาหา
“ตระกูลไป๋เซี่ยง!” เหวินเหรินชิ่งชิ่งเอ่ยเสียงเรียบ
เครื่องแต่งกายของพวกเขาบ่งบอกถึงสถานะได้อย่างดีเยี่ยม
ในเป่ยโหรว ตระกูลให