หลายคนถึงได้มารวมตัวกันที่นี่ เจียงหลีไม่ทันคิดถึงคำถามนี้ นางออกแรงหมุนเอวเปลี่ยนทิศทางการลงตัวกลางอากาศ เหยียบส้นเท้าตัวเองเพื่อยืมแรง เพียงพริบตาเดียวก็ทะลุผ่านไปทางด้านหลังคนกลุ่มนั้นแล้วทิ้งตัวลงพื้นอย่างมั่นคงสวยงาม
“หืม”
คนในตระกูลไป๋เซี่ยงค่อยๆ หันตัวมองไปที่นาง
“เซ่าจวิน!”
ทันใดนั้นเจ้าของทั้งสองเสียงก็วิ่งลอดผ่านด้านหลังพวกตระกูลไป๋เซี่ยงมาปรากฏตรงหน้านาง
เจียงหลีมองสองคนนั้นที่ปรากฏออกมาด้วยดวงตาเป็นประกาย
หัวใจที่หลงตื่นเต้นลดลง นางรีบสำรวจลู่เสวียน เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้รับบาดเจ็บจึงถอนสายตากลับมา
“เจ้าไปไหนมา” ลู่เสวียนรีบเข้าไปหาเจียงหลีแล้วกระซิบถามเสียงต่ำแต่สายตาของเขากลับมองพวกตระกูลไป๋เซี่ยงที่อยู่ตรงข้ามอย่างระแวดระวัง
เหวินเหรินชิ่งชิ่งเองก็ยืนข้างเจียงหลีเพื่อแอบปกป้องทั้งสองเอาไว้ข้างหลังตัวเอง “พวกเจ้าจะทำอะไร” นางเป็นถึงองค์หญิงเป่ยโหรว เมื่อถามแบบนี้กับคนในตระกูลไป๋เซี่ยงย่อมมีเหตุผลเป็นธรรมดา
เจียงหลีไม่แทรกเหวินเหรินชิ่งชิ่งแล้วส่ายหน้าให้กับคำถามของลู่เสวียนเพื่อสื่อว่าเอาไว้ค่อยคุยกันทีหลัง
ลู่เสวียนเห็นดังนั้นก็ไม่ถามให้มากความอีก จากนั้นไปยืนเคียงบ่าเคียงไหล่เจียงหลี แววตาเฉียบคมมองไปที่พวกตระกูลไป๋เซี่ยง เขาเอ่ยเตือนเสียงเบา “คนในตระกูลไป๋เซี่ยงพวกนี้ร้ายกาจและเจ้าเล่ห์ ต้องระวังด้วย”
สายตาของเจียงหลีวูบไหว นางคาดเดาในใจ หรือว่าช่วงที่แยกกันพวกเขาสอ