งคนจะปะทะกับคนในตระกูลไป๋เซี่ยง มิน่าล่ะ สีหน้าที่เหวินเหรินชิ่งชิ่งตอนมองพวกไป๋เซี่ยงถึงไม่ค่อยสู้ดีนัก
ทางด้านตระกูลไป๋เซี่ยงที่กำลังเผชิญกับคำถามของเหวินเหรินชิ่งชิ่งส่วนใหญ่ต่างนิ่งเงียบไม่เอ่ยสิ่งใด
แต่ทว่ากลับมีผู้สูงอายุก้าวออกมายิ้มให้เหวินเหรินชิ่งชิ่งแล้วแสดงความเคารพ “องค์หญิง หมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ จู่ๆ แม่นางผู้นี้ปรากฏตัวกลางสุสาน พวกกระหม่อมก็แค่มองอย่างสงสัยยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยพ่ะย่ะค่ะ”
เหวินเหรินชิ่งชิ่งหัวเราะเย็นชาด้วยสีหน้าหยามเหยียด “นั่นเพราะพวกเจ้ายังมาไม่ทันอย่างไรเล่า”
คนผู้นั้นไม่โกรธและยังหยัดยิ้ม “องค์หญิงตรัสเกินไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ออกไปจากสุสานโบราณกันก่อนเถอะ”
ในขณะที่เหวินเหรินชิ่งชิ่งเตรียมจะพูดต่อ เจียงหลีก็ลดเสียงต่ำแล้วเอ่ยขึ้นข้างหลังนาง หลังจากที่ถูกผีเฒ่านั้นต้มจนเปื่อย นางคิดว่าลูกไม้ต่อไปที่ผีเฒ่าวางไว้คงไม่ง่ายขนาดนั้น
ถึงอย่างไรก็ตามออกไปจากสุสานโบราณก่อนจะเป็นการดี
เมื่อเหวินเหรินชิ่งชิ่งได้ยินที่เจียงหลีพูดแววตาก็วูบไหวเล็กน้อยจึงพยักหน้าอย่างไม่คิด จากนั้นนางจึงหันไปเอ่ยกับคนในตระกูลไป๋เซี่ยง “ในเมื่อพวกเจ้าไม่ได้ทำอะไร เช่นนั้นก็หลีกทางซะ พวกข้าจะไปแล้ว” ทางออกของสุสานอยู่ทางด้านหลังของพวกตระกูลไป๋เซี่ยง
แต่ทว่าเมื่อสิ้นเสียงของนาง พวกตระกูลไป๋เซี่ยงกลับไม่ขยับหลีกทางให้สักนิด แม้กระทั่งยังแสดงแววตายียวน
เหวินเหรินชิ่งชิ่งหัวเราะป