บำเพ็ญไม่ถึงขั้นก็มิอาจรู้ได้เลย
“ข้าลุ่มหลงมัวเมาเพราะตำนานกลองหิน ดินแดนทั้งเก้าของจิ่วฮวงแผ่ไพศาลและทุกดินแดนมีพื้นที่กว้างใหญ่ ส่วนหนานฮวงเป็นดินแดนที่เล็กและอ่อนแอที่สุดในจิ่วฮวงและเป็นดินแดนที่แห้งแล้งในสายตาของคนอีกแปดดินแดน ข้าเคยไปซีฮวงและตงฮวงเพื่อทำความเข้าใจ ได้เห็นกฎการแข่งขันที่โหดร้ายยิ่งกว่าหนานฮวง บางครั้งได้ข่าวคราวของกลองหิน ข้าต้องการกลองหินที่ตกลงมายังหนานฮวง เพื่อขจัดความยกจนข้นแค้นในดินแดนหนานฮวง”
“เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นพ่อพระมาโปรดหรืออย่างไร” เจียงหลีเอ่ยขัดเขาด้วยความหยามหมิ่น เห็นได้ชัดว่ามิอาจต้านทานกิเลศจากกลองหินได้ อยากมีพลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าใครแล้วยังจะวาดฝันให้ตัวเองเป็นวีรบุรุษอีก
“เจ้าจะคิดอย่างไรก็ช่าง ถึงอย่างไรข้าเกิดมาก็มิเคยหากลองหินเจอแล้วยังจะสูญเสียคนรักไปอีก ต่อให้เสียใจก็ไร้ประโยชน์ ข้าเล่าจบแล้วเจ้าก็ควรทำตามสัญญาสักที”
“ข้าต้องทำอย่างไร” เจียงหลีไม่ถามให้มากความอีก ในเมื่อรู้เรื่องราวของกลองหินแล้ว ต่อไปหากมีโอกาสค่อยหาข้อพิสูจน์
“เจ้าต้องใช้พลังจิตทำลายค่ายกล ข้าจะใช้พลังวิญญาณที่เหลือช่วยเจ้าอีกแรง” หลิงจงกระตือรือร้นขึ้นมา
นี่ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เจียงหลีทำตามที่เขาบอกโดยการปล่อยพลังจิตออกมากลายเป็นหมัดพุ่งโจมตีค่ายกล ทันใดนั้นก็มีพายุก่อตัวขึ้นที่ด้านหลังของนาง นางรู้สึกถึงพลังที่น่าเกรงขามซึ่งติดอยู่กับพลังจิตของนางและทุบผนึกค่ายก