นมิตร
เจียงหลีสบถเย็นชา “เจ้าให้ข้าเข้าไปข้าก็ต้องเข้าไปหรือ หากเจ้าวางกับดักข้าไว้ข้างในล่ะ”
“เจ้ามาที่แห่งนี้ ไม่ได้มาเพื่อเข้าไปในสุสานหรอกหรือ” เสียงจากด้านในประตูเอ่ยถาม
!
เจียงหลีสั่นสะท้านในใจ
ตอนนี้นางไม่ได้อยู่ในสุสานหรอกหรือ เหตุใดคนข้างในถึงยังเอ่ยว่า ‘เข้าไปในสุสาน’ อีก
ความอยากรู้อยากเห็นค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างแข็งแกร่งในใจของเจียงหลี นางขยับปลายเท้าแต่ก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม “สหายของข้าอีกสองคนล่ะ”
บัดนี้นางสงสัยเต็มประดาว่าคนข้างในประตูนั้นเป็นคนที่ทำให้นางแยกจากพวกลู่เสวียน
“พวกเขาหรือ ฮ่าๆ” คนด้านในประตูหัวเราะเสียงเบา “อยู่ในสุสานลวงด้านนอก ไม่เป็นอะไรหรอกน่า”
สุสานลวงอย่างนั้นหรือ
เจียงหลีเบิกตาค้าง มองแสงสว่างที่ลอดผ่านประตูสุสานด้วยความประหลาดใจ
“ข้าพูดอยู่ตั้งนานสองนาน ตกลงเจ้าจะเข้ามาหรือไม่” ขณะนี้ดูเหมือนน้ำเสียงของคนด้านในประตูชักจะหมดความอดทนเสียแล้ว
ดวงตาของเจียงหลีเป็นประกายวูบไหว นางกระตุกคิ้ว “เข้าก็เข้า! ใครกลัวกันเล่า” เมื่อพูดจบนางก็ก้าวเท้าอย่างไม่รีบร้อนแล้วมุ่งหน้าไปยังประตูสุสานที่เปิดค้างไว้
เมื่อก้าวข้ามธรณีประตู แสงอันเจิดจ้าก็เข้าห้อมล้อมนางเอาไว้ เมื่อแสงกระจายหายไปในขณะที่สายตาของเจียงหลีพร่ามัว หูของนางก็ได้ยินเสียงของนกร้อง
ในสุสานจะมีนกได้อย่างไร เจียงหลีนึกแปลกใจ
จากนั้นก็ได้กลิ่นหญ้าอ่อนๆ และกลิ่นดินโคลนลอยเข้าจมูกของนาง
สายตาค่อยๆ คมชัดขึ