้นจนในที่สุดเจียงหลีก็เห็นภาพตรงหน้าชัดเจน “ที่นี่…เป็นไปได้อย่างไร” หลังจากที่มองภาพชัดเจนแล้วนางก็ตกใจ
สิ่งที่อยู่ตรงหน้ามิใช่สุสานแต่อย่างใด แต่กลับเป็นดินแดนแห่งหมู่วิหคและมวลบุบผา
ใต้ฝ่าเท้านางเหยียบผืนหญ้าเขียวขจี ไม่ไกลนักมีดอกไม้บานหลากสีสันสลับทับซ้อน ส่วนลึกของพุ่มดอกไม้ยังมีลำธารน้ำไหลสายเล็กๆ ในบางครั้งมีวิหคน้อยขนสีสดใสบินมาหยุดกินน้ำริมลำธาร ทั้งในทุ่งดอกไม้ยังมีผีเสื้อโบยบิน ช่างเป็นบรรยากาศที่สงบร่มเย็นยิ่งนัก
อีกด้านมีกระท่อมไม้ไผ่หลังหนึ่งล้อมรอบด้วยรั้วไม้ สวยงามเงียบสงบตัดขาดจากโลกภายนอก
ที่แห่งนี้มีตรงไหนที่เรียกว่าสุสานบ้าง เห็นได้ชัดว่าตัดขาดจากโลกภายนอกเยี่ยงนี้ เจียงหลีอุทานในใจ
“ข้าเข้ามาแล้ว เจ้าอยู่ตรงไหน” เจียงหลีเก็บซ่อนความตะลึงในใจแล้วเอ่ยถามเสียงดัง เจ้าของเสียงของผู้ที่อยู่ด้านหลังประตูไปไหนเสียแล้ว
แต่ทว่า หลังจากที่นางเหยียบเข้ามาที่นี่ เสียงของคนที่สนทนากับนางตลอดนั้นกลับหายไป
เจียงหลีขมวดคิ้วมุ่น ขยับเข้าไปใกล้กระท่อมไม้ไผ่อย่างระมัดระวัง โลกในนี้ไม่ใหญ่นัก เว้นเสียแต่ทิวทัศน์ระยะใกล้แล้ว ทิวทัศน์ข้างนอกที่ไกลออกไปปกคลุมไปด้วยหมอกจนมองเห็นไม่ชัดเจน และเห็นเพียงภูเขาลอยเลื่อนหลบซ่อนอยู่ท่ามกลางม่านหมอก
เมื่อนางเข้ามาใกล้ก็หยุดเดินอยู่ตรงหน้ารั้วแล้วตะโกนเรียก “เจ้าอยู่ไหน”
เมื่อสิ้นเสียงแต่ก็ยังคงไม่มีการตอบกลับมา
ความแปลกประหลาดเยี่ยงนี้ทำให้เจ