ียงหลีขมวดคิ้วมุ่น “ข้าเข้ามาแล้ว แต่เจ้ากลับมัวหลบซ่อนอยู่ทำไม”
“ข้าอยู่ที่นี่มาโดยตลอด เจ้ามองไม่เห็นข้ากลับโทษข้าอย่างนั้นรึ” เสียงนั้นปรากฏขึ้นอีกครั้ง
เจียงหลีหันขวับมองไปข้างหลังอย่างระแวง
เมื่อครู่นี้นางรู้สึกเหมือนเสียงจะดังมาจากข้างหลังของนาง แต่ทว่าข้างหลังนางกลับว่างเปล่าไม่มีใครสักคน สายตาของนางสอดส่องอยู่ตลอดแล้วเอ่ยเสียงถาม “ข้าอยู่ที่นี่ ไม่เห็นใครสักคน อีกอย่างที่นี่คือที่ไหน”
“เข้ามา” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง
ครืด!
เมื่อสิ้นเสียง ทันใดนั้นประตูก็เปิดออก
เจียงหลีหรี่ตาจ้องประตูเล็กๆ ที่เปิดออก นางค่อยๆ เลื่อนสายตาขึ้นมองกระท่อมไม้ไผ่
เจียงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปในประตูเล็กแล้วยืนในลานของกระท่อมไม้ไผ่
“ข้ารอเจ้าอยู่ในกระท่อม เพียงแต่เจ้ากับข้าถูกคั่นด้วยพลังของหยินและหยาง ไม่มีสิ่งใดมาต้อนรับเจ้าหรอกนะ” เสียงนั้นปรากฏขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้เจียงหลีสังเกตเห็นว่าดูเหมือนเสียงจะมาจากทุกทิศทาง
หลังจากสำรวจรอบๆ อย่างระมัดระวัง เจียงหลีจึงเดินเข้าไปในกระท่อม
นางเหยียบบันไดไม้ไผ่จนมันเกิดเสียง ‘เอี๊ยดอ๊าด’ ทุกอย่างสมจริงเยี่ยงนี้ทำให้นางไม่อยากเชื่อสายตาของตนเอง
สิ่งเดียวที่ทำให้นางคิดไม่ตกก็คือ เมื่อครู่นี้เห็นได้ชัดว่านางอยู่บนทางเดินในสุสาน
“ที่เจ้าบอกว่าสุสานลวง หมายความว่าอย่างไร” เจียงหลียืนตรงทางเข้า แต่จู่ๆ กลับหยุดเดินแล้วเอ่ยถาม
“สุสานลวง” เสียงนั้นเรีย