้วยเช่นกัน
ทั้งสามรวมพลังในรูปของสามเหลี่ยม ป้องกันแต่ละด้านกำราบกองทัพอินซุ่ยไม่ให้เข้ามาใกล้ ใต้ฝ่าเท้าและข้างกายของพวกเขาไม่ว่าหนแห่งไหนล้วนมีแต่เศษชิ้นส่วนศพของอินซุ่ยจนนับไม่ถ้วน
แต่ทว่ามือและเท้าของซากศพเหล่านี้ยังคงเคลื่อนไหวอย่างกระสับกระส่าย พวกมันดึงขากางเกงหรือพันแข้งพันขาพวกเขา
“สมควรตาย! อินซุ่ยพวกนี้เซ้าซี้เร้าหรือจริงๆ” ลู่เสวียนเตะมือที่จับขากางเกงของเขากระจุยด้วยสีหน้ารำคาญ
“พูดไร้สาระให้น้อยๆ หน่อย หากเป็นเช่นนี้ต่อไป อินซุ่ยพวกนี้คงสูบพลังวิญญาณเราจนหมดแน่ ในไม่ช้าเราก็จะตายกันอยู่ที่นี่” เจียงหลีตวาดลั่นใส่เขา
ลู่เสวียนหุบปากแนบสนิทไม่วอกแวกอีก จากนั้นจึงรวบรวมสมาธิทั้งหมดไปจัดการอินซุ่ย
ทั้งสามต่อสู้และถอยกลับค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ทางเดินด้านนั้น แล้วพวกอินซุ่ยก็ยังตามมาไม่หยุด กระโจนเข้าใส่ซึ่งกันและกันเกาะแกะพวกเขา
เสียงคำรามน่ากลัวของอินซุ่ยดังก้องอยู่ในถ้ำตลอดเวลาไม่หยุดพัก
ใบหน้าขาวซีดดุดันก่อให้เกิดอาการหนาวสั่นเข้าไปในกระดูกสันหลัง
ในที่สุดทั้งสามคนก็มาถึงส่วนท้าย ด้านหลังของพวกเขาคือหน้าผาสูงสิบจั้ง เหนือหน้าผาคือสะพานขาดครึ่งและปลายอีกด้านของสะพานขาดเป็นทางเดียวที่จะออกจากที่แห่งนี้
“ขึ้นไป!” เจียงหลีสั่งพวกเขาสองคน
ลู่เสวียนถ่ายเทพลังวิญญาณไปที่ขาสองข้างโดยไม่ต้องคิด เขาออกแรงถีบตัวร่างของเขาเหาะกลางอากาศห่างจากพื้นดินสามจั้ง ในขณะที่กำลังจะพาร่างลงมา เ