ขามีวิญญาณยุทธ์เพิ่มขึ้นกลายเป็นกรงเล็บเกาะไปที่หน้าผาอย่างแรง
และเมื่อกรงเล็บสัมผัสกับหน้าผากลับไม่สามารถสั่นสะเทือนได้เลย บนหน้าผาเหลือทิ้งไว้เพียงประกายไฟและร่องรอยการเสียดสีเล็กน้อยเท่านั้น
ลู่เสวียนหน้าเปลี่ยนสี ร่างกายลื่นไถลอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้น เขารู้สึกว่าไหล่หนักอึ้งกว่าเดิม เขาลื่นไถลลงด้วยความเร็วยิ่งขึ้น หลังจากนั้นเงาร่างเพรียวระหงส์กลับยืมของแรงเขาถีบส่งตัวเองให้กระโดดขึ้นไปบนสะพานขาด
“เจ้า!” ลู่เสวียนลงสู่พื้นดินแต่บนบ่าของเขายังทิ้งรอยเท้าไว้ดูต่างหน้า เขาจ้องเหวินเหรินชิ่งชิ่งที่ยืนบนสะพาดขาดด้วยความโกรธเคือง
“ข้าอะไรล่ะ เจ้าขึ้นมาได้หรือเปล่า” เหวินเหรินชิ่งชิ่งตอบกลับทันควัน การเคลื่อนไหวในมือของนางไม่ช้า นางหยิบเชือกเส้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสะพายด้านหลัง ปลายเชือกด้านหนึ่งผูกเอวตัวเองเอาไว้ส่วนปลายอีกด้านทิ้งตัวลงไปในเหวลึก
ลู่เสวียนมีสีหน้าเปลี่ยนไปเมื่อเห็นเชือก เขาคิดว่าเหวินเหรินชิ่งชิ่งจะหนีไปคนเดียวเสียอีก
“มัวอึ้งทำอะไรอยู่” เมื่อเห็นว่าเขาไม่ขยับสักที เหวินเหรินชิ่งชิ่งก็เลยกระตุ้นเขา
ลู่เสวียนได้สติกลับมาจึงหันไปพูดกับเจียงหลี “เจ้าไปก่อน”
เมื่อขาดการป้องกันจากเหวินเหรินชิ่งชิ่งไปสักคน อินซุ่ยในเหวลึกพวกนั้นก็ยิ่งตามมาเร็วยิ่งขึ้น
“หลังตำหนักของเจ้าสามารถสกัดกั้นได้หรือ ไร้สาระให้น้อยๆ หน่อย รีบไปเดี๋ยวนี้!” เจียงหลีไม่หันกลับมามองอีก เมื่อนางตวัดมือขว