ระโดดตามลงไป เหวินเหรินชิ่งชิ่งมองลงไปยังบรรดาซากศพเหล่านั้น ก็กัดฟันแล้วก็กระโดดออกจากสะพานที่ขาด
ทั้งสามคนได้ลงไปเหยียบบนซากศพ ซึ่งไม่มีความรู้สึกอ่อนยวบลงไปเลย ราวกับว่ากำลังเหยียบอยู่บนหินแข็งๆ อย่างไรอย่างนั้น
“ไปกันเถอะ” หลังจากที่เจียงหลีพูดจบ นางก็ได้เดินนำ
ในกลุ่มสามคนของพวกเขา จู่ๆ นางก็ได้มาเป็นคนนำกลุ่ม ลู่เสวียนและเหวินเหรินชิ่งชิ่งก็เดินตามอยู่ทางซ้ายทางขวา
ถ้ำแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก ระยะห่างระหว่างสะพานที่หักทั้งสองด้านนั้นห่างออกไปเกือบร้อยจั้ง มันไกลมาก ดังนั้นถึงไม่สามารถเหาะผ่านไปในอากาศได้
การเดินบนศพ นอกจากลมที่โหมกระหน่ำแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่ไม่ดี
พวกเขาทั้งสามเริ่มชินกับความรู้สึกนี้แล้ว จิตใจก็สงบลงมากขึ้น
ทันใดนั้นเจียงหลีก็หยุดลง ทั้งสองคนที่ตามหลังอยู่ก็หยุดไปตามๆ กัน แล้วมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง
“เกิดอะไรขึ้น” ลู่เสวียนถาม
เจียงหลีขมวดคิ้ว “มีบางอย่างผิดปกติ”
ราวกับจะพิสูจน์ว่าคำพูดของนางเป็นจริงหรือไม่ เมื่อสิ้นเสียงของนาง ศพที่พวกเขาเหยียบอยู่ใต้เท้าก็เริ่มขยับ
“อะไรกันเนี่ย! ผีหลอก! ตายไปตั้งนานแล้ว ยังจะมาหลอกอีกหรือไร” สิ่งที่ขยับอยู่ใต้เท้า ทำให้ลู่เสวียนตกใจ
เหวินเหรินชิ่งชิ่งก็ตกใจจนหน้าซีด และขาอ่อนทั้งสองข้าง ริมฝีปากที่สั่นเทาของนางไม่สามารถแม้แต่จะกรีดร้องได้แล้ว
เจียงหลีจับเสื้อของนาง แล้วพานางกระโดดถอยหลังไปอยู่ข้างๆ ลู่เสวียน
“แฮร่! แฮร่!”
แฮร