”
“เหอะ!” เหวินเหรินชิ่งชิ่งส่งเสียงแสดงความไม่พอใจอย่างอวดดี แล้วเดินไปยังที่ๆ คนรวมตัวกัน
“ผู้หญิงคนนี้นี่ช่าง!” หลังจากนางเดินไปแล้ว ลู่เสวียนก็พูดพึมพำ
“ไปกันเถอะ” เจียงหลีพูดเร่ง
ลู่เสวียนเห็นเจียงหลีสนใจเขา ก็รีบพูดความทุกข์ใจของตัวเองออกมา “เจ้าคิดว่านางหมายความว่าอย่างไร เดี๋ยวก็ให้ข้าอยู่ห่างๆ นางไว้ ดูรังเกียจข้ามาก อีกเดี๋ยวก็มาพูดแบบนี้กับข้า นางเป็นห่วงข้ารึเหอะ ข้าไม่ต้องการ! เห็นข้าเป็นเด็กหรืออย่างไร!”
เจียงหลีเงยหน้า แล้วมองเขาด้วยสีหน้าแปลกประหลาด “ข้าคิดว่านางเพียงแค่ทำตามที่ฮ่องเต้แห่งเป่ยโหรวสั่ง การเตือนเจ้าก็ถือเป็นการดูแล”
“จริงหรือ” ลู่เสวียนสีหน้าเก้อเขิน
ท่าทางแบบนี้ของเขา เจียงหลีรู้สึกน่าขัน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
ทั้งสองคนเดินเข้าไปใกล้แล้ว ถึงรู้ว่าต้องนั่งรถม้าไป
“สุสานโบราณไม่ได้อยู่ใกล้ๆ นี้หรือ” ลู่เสวียนถามอย่างแปลกใจ
เหวินเหรินชิ่งชิ่งมองเขาด้วยความเหยียดหยาม “ใครบอกเจ้าว่าสุสานโบราณอยู่นอกชิ่งตูล่ะ ถ้าหากอยู่นอกชิ่งตู ก็ถูกคนค้นพบไปนานแล้ว จะรอให้ถึงตอนนี้ทำไม ที่นี่เป็นเพียงแค่ที่รวมตัว ที่ๆ สุสานโบราณตั้งอยู่ยังห่างจากที่นี่อีกไกล หลังจากลงรถม้าแล้วยังต้องเดินทางอีกไกล ระหว่างทางจะมีสัตว์ร้าย ปีศาจจู่โจม ถ้าหากหยวนหวังกลัวลำบาก กลัวอันตราย ก็รีบใช้โอกาสนี้กลับซื่อฟังก่วนไปพักผ่อนเถอะ”
“นี่สาวน้อย เจ้าไม่ต้องพูดจาเหน็บแนมข้าทุกคำได้หรือไม่ ข้าไ