ปพูดตอนไหนว่าข้ากลัวเหนื่อย กลัวอันตราย” ลู่เสวียนโต้กลับ
“เหอะ” เหวินเหรินชิ่งชิ่งแสยะยิ้ม เหมือนบนหน้ามีคำสามคำเขียนไว้ว่า เกลียดขี้หน้า
การทะเลาะกันเหมือนเด็กๆ ของทั้งสองคน ทำให้เจียงหลีปวดหัว อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมาคลึงขมับ คนตระกูลไป๋เซี่ยงที่อยู่รอบๆ ต่างก็มองมาทางนี้กัน สีหน้าเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย
“ท่านทั้งสองไม่อายหรือ” เจียงหลีกัดฟัน พูดเสียงเบา
ลู่เสวียนและเหวินเหรินชิ่งชิ่งนิ่งไป ในขณะเดียวกันก็มองไปยังคนตระกูลไป๋เซี่ยง แล้วก็หน้านิ่งไป
“ขึ้นรถกันเถอะ” เจียงหลีพูด แล้วขึ้นไปก่อน
เหวินเหรินชิ่งชิ่งหันตัว แล้วขึ้นรถตัดหน้าลู่เสวียน ลู่เสวียนถูกนางชนไปที ไม่มีคนตระกูลไป๋เซี่ยงมาสักคน ก็เป็นไปตามที่พวกเขาหวัง
โคลงเคลงไปมา เดินทางมาเกือบหนึ่งวัน
ในตอนที่ถึงจุดหมาย ฟ้าก็มืดลงแล้ว
“คืนนี้ก็พักที่นี่ พอรุ่งสางการฝึกประสบการณ์ของพวกเจ้าก็จะเริ่มขึ้น พวกเจ้าแต่ละกลุ่มเริ่มหาตำแหน่งของสุสานโบราณตามแผนที่จากตรงนี้ โอกาสต่างๆ ก็ขึ้นอยู่กับพวกเจ้าแล้ว”
เจียงหลีหันกลับไปมองไป๋เซี่ยงเลี่ยที่เป็นคนพูด ดูแล้ว เขาเป็นหนึ่งในคนที่รับบผิดชอบการฝึกฝนในครั้งนี้ คนนั้นที่ปรากฏตัวในพระราชวัง ชแล้วก็ไป๋เซี่ยงไท่ที่ตอนนี้หายไปแล้ว
คืนนี้เงียบสงบไม่มีอะไร
หรือบางทีก่อนที่คนตระกูลไป๋เซี่ยงจะออกมา ได้ถูกเตือนไว้แล้ว พวกเขาไม่มีใครมาหาเรื่องเหวิน
เหรินชิ่งชิ่งและลู่เจี้ยเลย
เพียงแต่ตอนนี้มันแค่