ี่มีหนามยาวและแหลม แทงเขากลับไปอย่างแรง เพื่อขัดขว้างไม่ให้ลู่เสวียนเข้าใกล้
เพียงแต่ ในระหว่างที่ทั้งสองคนโต้เถียงกัน เจียงหลีกลับยิ่งรู้สึกชอบองค์หญิงคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
“เหอะ! เช่นนั้นก็ไม่จำเป็น” ลู่เสวียนแสดงความไม่พอใจออกมา
“แล้วแต่เจ้า ถึงอย่างไรข้าก็ได้พูดในสิ่งที่ข้าอยากจะพูดไปหมดแล้ว เวลาฝึกคือพรุ่งนี้ตอนกลางวัน ระยะเวลาในการสำรวจประมาณครึ่งเดือน ที่จริงก็ไม่มีใครรู้ว่าสุสานโบราณใหญ่แค่ไหน ไม่ได้อันตรายมากจริงหรือเปล่า ในเมื่อเจ้ามั่นใจขนาดนั้น เช่นนั้นเตรียมตัวเอาเองแล้วกัน ข้าก็จะกลับไปเตรียมตัวเช่นกัน วันพรุ่งจะมีรถม้ามารับเจ้าไปสุสานโบราณ” เหวินเหรินชิ่งชิ่งพูดจบ ก็หันตัวเดินจากไป ไม่ชักช้าเลยสักนิด ง่ายๆ สบายๆ เป็นอย่างมาก
“เหอะ! ผู้หญิงไร้มารยาท!” รอนางไปแล้ว ลู่เสวียนถึงกัดฟัน แล้วพูดออกมาด้วยสีหน้าหมองหม่น
เจียงหลีหันไปมองเขา ไม่สนใจสีหน้าของเขา ทำเสียง จุ๊ๆ แล้วส่ายหัว “เด็กน้อย”
ลู่เสวียนมองนาง ทำหน้าไม่เข้าใจ “หมายความว่าอย่างไร”
“เปล่า” เจียงหลีกลับยิ้มตาหยี แล้วทำให้เขาอยากรู้
พูดจบ นางก็เดินไปอีกทาง ลู่เสวียนตามไป แล้วพูดเอาใจนาง “พี่สะใภ้ พวกเราไปด้วยกันเถอะ”
“เพ้อเจ้อ!” เจียงหลีพูดกับเขาสองคำ
ไม่ว่าจะเป็นหลิงจงก็ดี หรือเนี่ยนจงก็ดี ในเมื่อเป็นการค้นพบโบราณสถานระดับสูงเช่นนี้ แน่นอนว่านางต้องไปดูเสียหน่อย
…
วันรุ่งขึ้น เหวินเหรินชิ่งชิ่งรักษาเวลาเป็นอย่างมา