หลีแปลงตนมาด้วยใบหน้าใหม่ทันที
ความสงสัยเกี่ยวกับเซ่าจวิน ถูกคลายลงไปไม่น้อยแล้ว
“ขอบใจท่านชายจิ่งมาก” จงเจิ้งเหยี่ยทำความเคารพอีกครั้ง
หรงจิ่งส่ายหน้าและไม่ถามต่อ
จงเจิ้งเหยี่ยมองสีหน้าเขาดูไม่ได้มีความอยากรู้อยากเห็นอะไร ก็มิได้มีเจตนาสืบสวนต่อ ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “หากเป็นเช่นนั้น ข้าไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของท่านชายจิ่งแล้ว ขอตัวลา”
เมื่อพูดจบ เขาก็เดินออกไป และเงาค่อยๆ จางหายไปกับความมืด
หลังจากที่เขาเดินจากไป หรงจิ่งเก็บซ่อนรอยยิ้มไว้ไม่อยู่ ดวงตาดูมีความสุขุมอย่างชัดเจน “นางมาแล้ว”
“ท่านชาย ใครมาแล้วหรือ” อาเฉวียนถามอย่างไม่เข้าใจ
หรงจิ่งหันหลังกลับไป
อาเฉวียนดูงงงวงย เขาเหมือนเห็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏบนใบหน้าของท่านชาย โดยเห็นถึงความอบอุ่นบนใบหน้า
ตอนแรกอาเฉวียนคิดจะตามขึ้นไป แต่เมื่อก้าวไปได้หนึ่งก้าว ก็หยุดลง ท่านชายพูดแล้ว ไม่อยากให้ใครรบกวน ใครในที่นี้ คงรวมถึงเขาด้วย
เมื่อคิดทบทวนดูแล้ว อาเฉวียนที่จงรักภักดียืนรออยู่หน้าประตูใหญ่ ราวกับเทวดาเฝ้าประตูที่ยืนตระหง่านอยู่ ดวงตาดูมีความแหลมคม จับตามองความเคลื่อนไหวในความมืด
…
หลังจากงานเลี้ยงในวังหลวงสิ้นสุดลง เฉิงหวังส่งลู่เสวียนและคนของเขากลับไปยังเรือนรับรอง
รอจนเฉิงหวังกลับไปแล้ว ลู่เสวียนจึงถอนหายใจ “เฮ้อ คบค้ากับคนที่มีแผนการในใจเหนื่อยเสียจริง”
เจียงหลีง่วงเหงาหาวนอน ไม่ได้สนในคำพูดเขา หันหลังเดินเข้าห้องตัวเองไป
เมื่อเห็นนางเดิ