นไป ลู่เสวียนรีบเอ่ย “โอ้ย! การฝึกประสบการณ์กับพี่น้องตระกูลไป๋เซี่ยง…”
“พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน ข้าเพลียแล้ว” เจียงหลีพูดโดยไม่หันไปมอง และหายไปจากสายตาของลู่เสวียน
แต่ทว่า หลังจากนางเดินเข้าห้องไป ดวงตาของความอ่อนเพลียได้หายไป และดวงตาเป็นประกายคล้ายมองเห็นอะไรบางอย่างในความมืด และจดจ้องไปยังกลางห้อง แล้วพูดเสียงเบา “ออกมา”
แสงจันทร์สาดส่องผ่านช่องหน้าต่าง ส่องมายังในห้อง แบ่งภายในห้องออกเป็นสองส่วน ทั้งสว่างและมืด
เมื่อได้ยินเสียงนางดังขึ้น ในความมืดมีความเคลื่อนไหวปรากฏ เงาของคนเดินออกมายังที่แสงจันทร์ส่องถึง แสงจันทร์สะท้อนเห็นคนที่ใส่เสื้อคลุมปรากฏอยู่ตรงสายตาของเจียงหลี
“หรงจิ่ง” เจียงหลีเรียกชื่อเขาขึ้น คล้ายกับว่านางไม่ได้ตัดสินใจที่จะปิดบังตัวจนจากเขา และไม่ได้แปลกใจที่เขามาปรากฏตัว
“คิดไว้แล้วว่าเจ้าต้องมา หลังจากยืนยันในใจ มีทั้งความรู้สึกแปลกใจและยินดี” หรงจิ่งอมยิ้มพูด
ระหว่างคิ้วของเจียงหลีเหี่ยวย่น เดินเข้าใกล้เขา และมองไปที่เขาอย่างละเอียด เขายังคงเหมือนตอนที่อยู่ที่อาณาจักรจยาเซียน ดูสุภาพและสันโดษ “อันที่จริงท่านไม่ต้องมาที่นี่ก็ได้นะ”
รอยยิ้มของหรงจิ่งชัดเจนขึ้น “ที่แท้ เจ้าก็รู้เรื่องทั้งหมด”
เจียงหลีหายใจเข้าไปลึกๆ ไม่ได้พูดอะไร
แต่หรงจิ่งเอ่ย “ลู่เจี้ยเป็นคนที่มีความสามารถมาก หลังข้ามาถึง ถึงรู้ว่าตัวเองถูกนำไปเป็นส่วนหนึ่งในแผนการของเขาแล้ว แต่รู้แล้วจะทำเช่นไรได