่างที่คาดไว้ หลังจากจงเจิ้งเหยี่ยได้ยินสิ่งที่ลู่เสวียนพูดจบ ก็หัวเราะอย่างออกรส “นี่…เป็นสิ่งที่ฮ่องเต้ของข้าทรงคิดพินิจ ในอาณาจักรจยาเซียน คนที่เหมาะสมจะได้รับการต้อนรับอย่างสูงสุดจากเป่ยโหรว มีเพียงหยวนหวังเพียงผู้เดียว”
หึ!
ดวงตาเจียงหลีมองต่ำ และมีแสงประกายอันดุดันกวาดผ่าน
ลู่เสวียนตกใจจนถอดสีหน้าทันที “เรื่องแบบนี้เอามาพูดส่งเดชไม่ได้”
การแสดงที่ยอดเยี่ยมของเขา ทำให้เจียงหลีเหลือบดวงตาขึ้น เพื่อสังเกตเขาอย่างรวดเร็ว ยิ้มบางๆเพื่อเก็บอารมณ์ และยืนรออยู่เงียบๆ
จงเจิ้งเหยี่ยก็ถอนหายใจ ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่พูดกับลู่เสวียนว่า “หยวนหวัง ท่านไม่ได้รับความเป็นธรรม”
“…” ไม่เป็นธรรมหรือ อะไรไม่เป็นธรรม!
ลู่เสวียนมึนงงเล็กน้อย
แต่จงเจิ้งเหยี่ยก็ตัดสินใจที่จะไม่พูดต่อ เขาเดินนำลู่เสวียนเดินเข้าประตูเมือง เพื่อให้รับรู้ถึงการต้อนรับที่เป็นมิตรของราษฎรเป่ยโหรว
ลู่เสวียนเดินไปถึงตรงหน้าของหญิงรับใช้ผู้งดงามที่ถืออ่างทองแดงไว้อยู่ จงเจิ้งเหยี่ยส่งสัญญาณ ล้างมือเอาทรายออก แล้วรับสุราชั้นยอดมาดื่ม เพื่อคลายความเหนื่อยล้า หลังจากนั้น ก็เดินไปเหยียบผ้าสีแดง เดินเข้าประตูเมืองชิ่งตู
“หยวนหวัง ท่านนี้คือเฉิงหวัง เป่ยเหมินเจวี๋ย วันนี้ เฉิงหวังเป็นตัวแทนของฮ่องเต้มาต้อนรับหยวนหวัง” จงเจิ้งเหยี่ยที่ยืนข้างลู่เสวียน แนะนำเขา
ลู่เสวียนมองไปทางชายหนุ่มวัยกลางคนที่ยืนตรงข้ามเขา รูปร่างสูงใหญ่ ลมปรา