ตามกฎของอาณาจักรข้า”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาทในระหว่างที่อยู่อาณาจักรจยาเซียนจ้าจะประพฤติตามกฎอย่างเคร่งคัดจะมิให้พวกเขากระทำการมิควรเป็นอันขาด”
เขาตอบกลับเช่นนั้นทำให้ความเกรี้ยวกราดของเจียงหลีเบาลง“หากเป็นเช่นนั้นฟ้าเริ่มมืดแล้วพวกท่านทูตทั้งหลายรีบกลับเรือนรับรองพักผ่อนเสียเถิด”ทีท่ากลับพลิกผันทำให้คนรู้สึกคล้ายกับว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาเพ้อเจ้อขึ้นมาเอง
ทว่าไม่ว่าอย่างไรการกระทำของเจียงหลีเมื่อสักครู่นี้กระตุ้นเร่งเร้าทหารของราชสำนักจยาเซียนอย่างเหี้ยมโหด
ขุนนางพวกนี้ยามที่เจียงหลีลงมือเองก็รู้สึกโกรธมากจึงเพิ่มอำนาจอาณาจักรของราชสำนักจยาเซียนขึ้นอาณาจักรแข็งแกร่งไม่เกรงกลัวต่ออำนาจใดๆขุนนางเช่นพวกเขาถึงจะยืดอกได้อย่างองอาจและภาคภูมิใจ
“พ่ะย่ะค่ะกระหม่อมขอทูลลา”จงเจิ้งเหยี่ยจึงรีบลุกขึ้นตอบ
เจียงหลีเหยียดยิ้มถามกลับเพื่อแสดงความปรารถนาดี“ต้องการให้ข้าจัดหมอหลวงไปเรือนรับรองหรือไม่”
“ไม่…ไม่ต้องแล้ว”จงเจิ้งเหยี่ยก็ปฏิเสธอย่างรีบร้อนเขากล้ายอมรับ‘ความปรารถนาดี’ของเจียงหลีซะที่ไหนหากรักษาไป๋เซี่ยงไท่จนอาการทรุดหนักผลลัพธ์จะยิ่งรุนแรง“พวกเราพาหมอรักษาตามอาการมาจึงมิต้องรบกวนหมอหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ก็ดีถ้าเช่นนั้นข้าก็จะไม่ฝืนท่านแล้ว”เจียงหลีหรี่ตายิ้มเทียบกับคนเมื่อชั่วครู่ที่เหี้ยมโหดอย่างกับคนละคนกันเลย
จงเจิ้งเหยี่ยเดาอุปนิสัยของนางไม่ถูกเมื่อ‘สู้รบปรบมือ’