ะวงศ์องค์นี้มิได้ด้วยซ้ำ
“ฝ่าบาท ไม่ทราบว่าข้อเสนอของข้าเป็นเช่นไรบ้าง” จงเจิ้งเหยี่ยไม่แยแสกับความตกใจของขุนนาง
จยาเซียน แต่มองไปที่เจียงหลีและเอ่ยถามแทน
เจียงหลียิ้มจางๆ แต่ยังคงทำให้ผู้คนมองไม่ออกว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ “ทางเป่ยโหรวจะส่งผู้หญิงเช่นไรที่จะคู่ควรกับหยวนหวังของราชวงศ์ข้าหรือ”
นี่คือตกลงแล้วหรือไม่
ขุนนางจยาเซียนสงบลงและเฝ้าดูอย่างเงียบๆ
เจียงเฮ่ามิได้กังวลมากเกินไป เขาไม่คิดว่าน้องสาวของตนจะตัดสินใจเรื่องแต่งงานของลู่เสวียนด้วยวิธีนี้ จนลืมไปเสียสนิทว่าตอนที่ตนถูกเอ่ยชื่อก่อนหน้านี้รู้สึกประหม่าเช่นไร
ถึงขั้นที่เขาคิดจะเลี่ยงงานแต่งโดยหนีออกจากซีหวงไป
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของจงเจิ้งเหยี่ยมากยิ่งขึ้น “ฮ่องเต้ของข้าชื่นชมหยวนหวังอย่างมาก และยิ่งไปกว่านั้นคือจะไม่ยอมให้เขารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเป็นแน่ เป่ยโหรวเรามีองค์หญิงที่เหมาะสมอยู่สามพระองค์ พวกท่านทั้งหมดปล่อยให้หยวนหวังเป็นผู้เลือกเอง”
“ฮ่องเต้เป่ยโหรวช่างใจกว้างอย่างมาก ทำให้รู้สึกหวั่นไหวแล้วจริงๆ” เจียงหลียิ้มกริ่มพูด
“อึก!” จงเจิ้งเหยี่ยผงะเช่นกันราวกับว่าเขาไม่คาดคิดว่าเจียงหลีจะตอบเช่นนี้
ทางด้านไป๋เซี่ยงไท่กลับหัวเราะลั่น “หากจักรพรรดินีต้องการ องค์ชายที่ยังมิได้อภิเษกสมรสของเป่ยโหรวก็พร้อมรอให้ท่านเลือก”
“อ่ะแฮ่มๆ” จงเจิ้งเหยี่ยกระแอมไอหลายทีและทำให้ไป๋เซี่ยงไท่จ้องเขม็ง
ดูเหมือนว่าจะตำหนิเขาที่พูดจาไร้สาระ