ยนถึงกับผงะ
เจียงหลีก็ค่อยๆ ลืมตา และมองไปที่จงเจิ้งเหยี่ย
“คนที่พวกเจ้าจะเชื่อมสัมพันธ์ในครั้งนี้คือหยวนหวัง!” ขุนนางของฝั่งจยาเซียนได้สติ
เมื่อได้ยินว่าไม่ใช่ตน เจียงเฮ่าถึงกับถอนหายใจเบาๆ ขณะเดียวกัน ก็คิดว่าในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้างในใจ ลู่เสวียนไม่ยอมมาร่วมงานเลี้ยง ไม่รู้ว่าหากได้ยินเรื่องงานแต่งครั้งนี้แล้ว จะตกใจจนกระโดดโลดเต้นเช่นไร
“พ่ะย่ะค่ะ” จงเจิ้งเหยี่ยพยักหน้าที่ยิ้มกริ่ม
หยวนหวัง !
ทางฝั่งจยาเซียน มีการซุบซิบขึ้นอีกครั้ง
คนส่วนใหญ่ต่างคิดว่าหลังจากลู่วั่งชวนสละตำแหน่งแล้ว คนที่จะได้สืบทอดตำแหน่งคือหยวนหวังลู่เสวียน เพราเขานั้นเป็นทายาทของตระกูลลู่ที่หลงเหลือเพียงคนเดียว อีกทั้งเป็นผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากลู่วั่งชวนโดยตรง
แต่คาดไม่ถึงว่าตำแหน่งนี้จะตกมาถึงมือจักรพรรดินีองค์ปัจจุบันได้
แน่นอนว่าหลายคนไม่พอใจในตอนแรก เพียงแต่จักรพรรดินีพิสูจน์ให้เห็นด้วยการกระทำแล้วว่านางสามารถนั่งในตำแหน่งนี้ได้อย่างมั่นคงและแบกรับภาระความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงนี้ได้ หลังจากเหตุการณ์การนองเลือดหลายรอบและการขยายดินแดนอยู่หลายหน พวกเขาก็ยอมรับในจักรพรรดินีองค์นี้จากใจของพวกเขา
ส่วนลู่เสวียน…
ความถ่อมตัวมากเกินไปของเขาเกือบจะทำให้ผู้คนที่มาวันนี้ลืมว่ามีเขาตัวตน
หากวันนี้ทูตของเป่ยโหรวมิได้เสนอการแต่งงานเพื่อผูกมิตรของทั้งสองอาณาจักรและกล่าวถึงชื่อของหยวนหวัง พวกเขาคงจะจำเชื้อพร