ไม่ทราบว่าจะส่งองค์ชายท่านใดมาสานสัมพันธ์กับทางจยาเซียนหรือ”
เมื่อพูดจบ เขาก็ยกมือขึ้นยอมรับผิดต่อหน้าเจียงหลี แล้วกล่าวต่อหน้าพระพักตร์จักรพรรดินีว่า “ฝ่าบาท โปรดให้อภัยกับข้าที่พูดจาไม่เหมาะสมด้วย”
เจียงหลีแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจและโค้งมุมปากยิ้ม “เจ้าไม่ผิด อยากพูดอะไรก็พูดเถิด”
หลังจากได้รับอนุญาตแล้ว เขาจึงกล่าวกับจงเจิ้งเหยี่ยและไป๋เซี่ยงไท่ว่า “อาณาจักรของเรานั้นอยู่ภายใต้การปกครองของจักรพรรดินี อายุของท่านยังน้อย เห็นยังจะไม่ถึงวัยที่จะเลือกคู่ครอง ลูกหลานก็ยังไม่มี ข้างกายมีเพียงพี่ชาย ในฐานะราชาผู้ปกครองแคว้น เห็นทีว่าจะไม่สามารถอภิเษกไปยังแคว้นอื่นได้ หากทางเป่ยโหรวจะเชื่อมสัมพันธ์กับจยาเซียนด้วยการแต่งงาน แสดงว่าจะให้พระราชโอรสแต่งเข้า หรือไม่ก็ถูกตาต้องใจแม่ทัพเจียงเฮ่า หรือว่าจะส่งตัวองค์หญิงมาอภิเษกกับทางเรา”
เมื่อชื่อของตนเองถูกเอ่ยขึ้น เขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่มาร่วมงานเลี้ยงฉลองในครั้งนี้ เขาควรจะทำตามลู่เจี้ยเพื่อหลีกเลี่ยงงานเลี้ยงพวกนี้ซะ
น้องสาวคงจะไม่ตอบตกลงจริงๆ หรอกกระมัง เจียงเฮ่าหันไปหาน้องสาวที่เป็จักรพรรดินีด้วยความกังวล เสียดายที่เจียงหลีกลับมิได้ตอบสนองอะไรกลับคืนมา
พอจงเจิ้งเหยี่ยฟังจบ พยักหน้าและแสยะยิ้ม “ใต้เท้าท่านนี้ลืมไปแล้วหรือว่าจยาเซียนนอกจากจักรพรรดินีแล้ว ยังมีเชื้อพระวงศ์อีกท่านหนึ่งที่ยังมิได้อภิเษกสมรส”
อืม!
เหล่าบรรดาขุนนางของจยาเซี