เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับอาณาจักรจยาเซียนของเราที่จะใช้ประโยชน์จากความวุ่นวายนี้สังหารซีเฉียน หากเจ้าไม่ต้องการออกรบ ก็ให้รออยู่ที่นี่”
“ไม่” ลู่เสวียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาแน่วแน่และสงบนิ่ง พร้อมกับมองไปที่โจวยวนและพูดด้วยเสียงหนักแน่น “ข้าจะกำจัดนางเอง ข้าคิดว่านางก็อยากต่อสู้กับข้า”
“เจ้าลงมือได้หรือ ระหว่างที่อยู่โฮ่วจิ้น นางก็หลับหนีไปได้แล้วครั้งหนึ่ง หากนางเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนแซ่ และใช้ชีวิตอย่างสงบ ข้าคงไม่ทำอะไรนางหรอก แต่นี่นางกลายเป็นงูพิษ ข้าไม่สามารถปล่อยนางไปได้อีก เพราะจะเป็นภัยต่ออาณาจักรจยาเซียนในภายภาคหน้า” เจียงหลีพูดอย่างจริงจัง
“ข้ารู้ความเหมาะสมและรู้จักแยกหนักเบา” ลู่เสวียนพยักหน้าช้าๆ
เจียงหลีพยักหน้าโดยไม่ได้พูดต่อ เพียงแต่ยกมือตบไหล่ลู่เสวียนอย่างแรง
การตบไหล่ครั้งนี้ทำให้ลู่เสวียนรู้สึกถึงความรับผิดชอบทันทีและในใจของเขาชัดเขนขึ้น เขาเป็นลูกหลานของตระกูลลู่และเป็นหยวนอ๋องของอาณาจักรจยาเซียน เขาจะเที่ยวเล่นทั้งวันหรือไม่ฝึกฝนเฉกเช่นเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว เขาต้องแบกรับภาระความรับผิดชอบ และเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่ต้องเผชิญด้วยตัวเอง
“ได้เวลาแล้ว”
เจียงหลีลุกยืนขึ้นและปัดฝุ่นบนฝ่ามือ
ลู่เสวียนเงยหน้ามองนาง แล้วมองไปที่สมรภูมิรบอันวุ่นวายทางนั้น
กองกำลังทั้งสามกำลังเข่นฆ่ากันเองและทุกคนต่างต้องการฆ่าอีกฝั่งให้ตายกันไปข้างหนึ่ง ซึ่งได้ทำลายความแข็งแกร่งของกองกำลัง