“เขาคิดไม่ซื่อกับเจ้า”
น้ำเสียงของมหาเทพตี้จวินเผยถึงความเย็นชาและใบหน้าอันสง่างามก็ตึงเครียดขึ้น ปรากฏกลิ่นอายที่ไม่ให้คนแปลกหน้าทะลุทะลวงเข้ามาได้
เจียงหลีจ้องมองเขาด้วยดวงตาอันสดใสประดุจดวงดาว
โดยปราศจากความเกียจคร้านและความยั่วยวนที่ปรากฏก่อนหน้านี้และเผยให้เห็นเพียงความสุขที่กลั่นออกมาจากหัวใจ ทำให้ความรู้สึกนี้ปรากฏตรงมุมปากของนาง
เมื่อจดจ่อไปยังมุมปากที่โค้งขึ้นเล็กน้อย ตี้จวินจึงขมวดคิ้ว เพราะไม่เข้าใจว่านางกำลังหัวเราะเรื่องอะไร “โดนคนคิดไม่ซื่อ ยังจะมีความสุขได้อีกหรือ”
“ข้ามีความสุข เพราะท่านโกรธ” เจียงหลีมองเขาอย่างจริงจัง
ครานี้ นางจะไม่ยอมให้เขาหนีไปได้อีกแน่!
“…” ริมฝีปากของตี้จวินปิดแน่นจนเป็นเส้นตรง และคิ้วขมวดค่อยๆ เปลี่ยนเป็นรูปเนินเขา เขาโมโห นางจึงมีความสุขอย่างนั้นหรือ นี่มันตรรกะอะไรกัน
“ท่านเป็นห่วงข้าใช่ไหม” เจียงหลีลุกขึ้นยืนและจ้องไปที่เขา
ทันใดนั้น นางก็เขยิบเข้าใกล้ จนทำให้ดวงตาที่สงบนิ่งของตี้จวินขยับเล็กน้อย “เจ้าคิดมากไปแล้ว”
“ไม่ ไม่ใช่ว่าข้าคิดมากไป แต่ท่านไม่กล้ายอมรับมันต่างหาก! ” เจียงหลีเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว โดยเกือบจะแนบติดเขาอยู่แล้ว
ตี้จวินหรี่ตาลงเล็กน้อยและทั้งสองก็สบตากัน จนปรากฏภาพความทรงจำที่ทั้งสองอยู่ด้วยกันในใจของพวกเขาทั้งสอง
เขาเป็นห่วงหรือ
เขาจะเป็นห่วงหญิงสาวตัวเล็กๆ ได้อย่างไร
เหอ! ไร้สาระ!
ชายผู้นั้นปฏิเสธในใจและปฏิเสธที่จะยอ