ยิ่งนัก ในตอนนั้นองค์รัชทายาทยังหัวเราะเยาะองค์ชายที่เลือกใช้วิญญาณยุทธ์สายช่วยเหลือ แต่คราวนี้ฝ่าบาททรงเกิดวิกฤติ แล้วองค์รัชทายาทที่ฝึกวิญญาณยุทธ์สายโจมตีนั้นทำอะไรได้บ้างเล่าพ่ะย่ะค่ะ”
คำพูดนี้ ทำให้เฉียนจวิ้นรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง คิ้วที่ขมวดอยู่ก็ได้รับการผ่อนคลายเช่นกัน
“ที่เรียกพวกเจ้ามา ไม่ได้ให้พวกเจ้าพูดเรื่องพวกนี้ ข้าอยากรู้แผนการของเสด็จพ่อที่มีต่อราชวงศ์
จยาเซียน ข้าเป็นหัวหน้าหรือเป็นกำลังเสริม” เฉียนจวิ้นเงยหน้าขึ้นช้าๆ อย่างเย่อหยิ่ง สายตากวาดมองเหล่าที่ปรึกษาด้วยสายตาเรียบนิ่ง
“เรื่องนี้…”
“เรื่องนี้…คือว่า”
น่าเสียดายที่เหล่าที่ปรึกษากลับลังเลขึ้นมาทันที ทุกคนต่างเงียบและไม่พูดสิ่งใดออกมา
ปฏิกิริยาเช่นนี้ทำให้เฉียนจวิ้นขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอันเกรี้ยวกราด “ข้าใช้เงินทองมากมายเลี้ยงดูพวกเจ้า แต่ตอนนี้พวกเจ้ากลับอ้ำๆ อึ้งๆ อย่างนั้นหรือ”
“องค์…องค์ชาย…” ขณะที่เฉียนจวิ้นกำลังโกรธอยู่นั้น หัวหน้าที่ปรึกษาจึงทำได้เพียงเผชิญหน้าเอ่ยตอบกลับไป “โรคระบาดครั้งนี้มีผลกระทบต่อบ้านเมืองของเรามากนัก หากส่งทหารไปในตอนนี้ จะเป็นการทำร้ายประชาชน อีกทั้งยังเกรงว่าจะไปกระตุ้นให้เกิดการก่อกบฏขึ้นอีกด้วย”
“จริงด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
“จริงด้วยพะยะค่ะ…จริงด้วย…”
“…”
เหล่าที่ปรึกษาต่างเห็นด้วยกับหัวหน้า มีเพียงคนที่ชอบประจบสอพลอที่ยังกลอกตาไปมา มิอาจรู้ได้ว่ากำลังคิดอะไรอย