ด้”
เหล่าที่ปรึกษาค่อยๆ ขอตัวกลับไป เหลือเพียงเฉียนจวิ้นที่กำลังคิดตระหนักอยู่ในวังเพียงคนเดียว
แต่ถึงกระนั้น เขาก็ไม่ได้อยู่คนเดียวนานนัก เงาร่างผอมบางร่างหนึ่งก็เดินเข้ามาหาเขา “เหตุใดองค์ชายทรงคิดหนัก”
เฉียนจวิ้นเงยหน้าขึ้นมองสาวงามที่กำลังเดินเข้ามาหาเขา ดวงตาหม่นแสงลงเล็กน้อยแล้วยื่นมือออกไปลูบไล้ผิวของนางผ่านผ้าคลุมหน้าบางๆ “ยวนเอ๋อร์”
การสัมผัสที่แผ่ซ่านทางผิวสัมผัส ทำให้โจวยวนรู้สึกพะอืดพะอมแต่ก็อดกลั้นไว้ได้ นางเผยรอยยิ้มออกมา ร่างกายอ่อนยวบเอนกายพิงไปยังร่างของเฉียนจวิ้นราวกับไร้กระดูก “พระองค์ทรงคิดมากเกี่ยวกับการส่งทหารไปยังราชวงศ์จยาเซียนอย่างนั้นหรือ”
“อืม” เฉียนจวิ้นหลับตาลงทั้งสองข้าง สูดดมกลิ่นกายที่ผิวของโจวยวนแล้วพึมพำเสียงต่ำ “แม่นางปีศาจน้อย ทำให้ข้าหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว”
หลังจากที่เขาได้ครอบครองร่างกายของโจวยวนแล้วนั้นก็รู้เลยว่านางสามารถทำให้ชายหนุ่มมีความสุขจนหยุดเรื่องแบบนั้นไม่ได้
“องค์ชาย ข้ากำลังพูเรื่องจริงจังกับพระองค์อยู่นะเพคะ” โจวยวนพูดตำหนิไปรอบหนึ่งแล้วออกจากอ้อมกอดของเขา
พอมือว่างเปล่าก็ทำให้หัวใจของเฉียนจวิ้นว่างเปล่าด้วยเช่นกัน เขามองไปที่โจวยวนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “มีอะไรจะพูด ค่อยว่ากันคราวหลัง”
เขาพูดพลางดึงโจวยวนเข้าหาและอุ้มนางขึ้นมาจากนั้นก็เดินกลับไปที่ห้องบรรทม
โจวยวนโน้มตัวในอ้อมกอดของเฉียนจวิ้น ราวกับไม่มีเรี่ยวแรงแล้วปล่อ