ยให้เขาทำตามที่ต้องการ แต่แววตาของนางกลับเย็นยะเยือก อีกทั้งสายตาของนางยังมีความเย้ยหยันและความเกลียดชังปรากฏออกมา
“ยวนเอ๋อร์ เจ้าช่างหอมหวานเหลือเกิน! นี่เป็นกลิ่นอะไรหรือ” เฉียนจวิ้นพูดอย่างครองสติเอาไว้ไม่อยู่
ความเหยียดหยันออกมาจากโจวยวนมากขึ้น แน่นอนที่นางจะไม่ยอมบอกเฉียนจวิ้นว่าที่เขาหลงใหลในตัวของนางนั้นเป็นเพราะกลิ่นของเครื่องหอมพิเศษบางอย่างบนร่างกายนาง
หลังจากผ่านบทรักอันเร่าร้อน ทั้งห้องบรรทมก็เต็มไปด้วยความงดงาม
โจวยวนพิงไว้บนเรือนร่างของเฉียนจวิ้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “องค์ชายเพคะ ซีเฉียนจะโจมตีราชวงศ์จยาเซียนเมื่อไหร่หรือเพคะ”
คำถามนี้…ช่าง…
เฉียนจวิ้นขมวดคิ้ว น้ำเสียงเย็นชาลงเล็กน้อย “ยวนเอ๋อร์ ข้ารู้ว่าเจ้าเกลียดแค้นราชวงศ์จยาเซียน แต่การที่ทั้งสองเมืองจะทำสงครามกันนั้นเป็นเรื่องใหญ่หลวงนัก ข้าเองก็อยากจะให้เจียงหลีตายซะให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเสด็จพ่อด้วย”
คำพูดนี้ทำให้แววตาของโจวยวนเย็นชาลง “องค์ชายเองก็อยากจะโจมตีราชวงศ์จยาเซียนมากกว่าผู้ใด เพียงเพราะคำพูขี้ขลาดของเหล่าขุนนางทำให้ท่านลังเลเท่านั้น”
“เจ้าหมายความว่าอะไร” เฉียนจวิ้นถามนางด้วยสีหน้าหนักแน่น
โจวยวนเอ่ยตอบ “ซีเฉียนและจยาเซียนต้องมีสงครามกันในที่สุด โรคระบาดครั้งนี้ทำให้ซีเฉียนของเราเสียหายหนัก ต่อให้ต้องฟื้นฟูกัน แต่ราชวงศ์จยาเซียนก็แข็งแกร่งขึ้นเช่นเดียวกัน ในเมื่อ