้แข็งแกร่งขึ้นกว่านี้” เจียงหลีมองเขาอย่างจริงจัง
จักรพรรดิยิ้มอ่อน รอยยิ้มนั้น มิอาจเดาความหมายได้เลย
บรรยากาศที่หนาวเย็นอย่างเฉียบพลัน ทำให้เจียงหลีรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก นางกลัวว่าชายคนนี้จะจากไปโดยไม่บอกลาและไม่กลับมาอีกเลย
นางอยากจะเก็บเขาไว้ข้างกาย มิให้เขาจากไปจากนางอีก
“โอ๊ย! เจ็บ!” ทันใดนั้นใบหน้าของเจียงหลีก็บิดเบี้ยวและล้มลงในอ้อมกอดของเขาด้วยสีหน้าอันเจ็บปวด “ลู่เจี้ย ข้าเจ็บ รีบบรรเทาความเจ็บปวดให้ข้าเร็ว”
นางอ้อนวอน แต่มือทั้งสองก็ปัดป่ายไปทั่วรอบตัวเขา
แต่ชายหนุ่มก็หัวเราะออกมากและดึงมือของนางออก จากนั้นค่อยๆ ลุกขึ้นยืน “ข้าบอกแล้วว่าทักษะการแสดงของเจ้านั้นไม่เนียนเอาซะเลย”
เจียงหลีที่ถูกจับได้แล้วแต่ก็ยังพูดอย่างหน้าด้านว่า “ข้าไม่ได้แสดง ข้าเจ็บจริงๆ โรคเก่าน่ะ เจ้าก็รู้ดีนี่นา”
พระองค์มองกลับไปที่นางด้วยแววตาอันลึกซึ้ง “ที่เจ้าเป็นนั้นคือผลสืบเนื่องจากการรวมวิญญาณจักรพรรดิ แม้ว่าพลังนั้นจะสามารถบรรเทาลงได้ แต่ถ้าหากดูดมันมากเกินไปจะไม่เป็นประโยชน์ต่อเจ้า หากบรรเทาความเจ็บปวดให้เจ้าซี้ซั้วมันจะเป็นการทำร้ายเจ้าได้”
“…” เจียงหลีมองเขาด้วยสีหน้างุนงง
วิญญาณจักรพรรดิหรอกหรือที่ทำร้ายนาง ผลที่ตามมาช่างหนักหนานัก
แต่ก่อนที่นางจะถามอย่างละเอียด นางก็รู้สึกว่าเบื้องหน้าของนางมืดคล้อย เมื่อสายตากลับมาปกติ นางก็กลับเข้าไปที่ตำหนักจักรพรรดิแล้ว แต่มิรู้ว่าจักรพรรด