ย่างเข้มงวด แต่ข้าไม่รู้ว่าคุณชายจิ่งหนีไปได้อย่างไรขอรับ”
หลังติดตามเซียวเซียวเข้าไปในเรือนของหรงจิ่ง แม่ทัพผู้นั้นก็พยายามอธิบายอย่างสุดชีวิต
เซียวเซียวยกมือขึ้นหยุดเสียงพึมพําของเขา สายตากวาดมองไปรอบๆ เรือน ในที่สุดก็หยุดลงที่โต๊ะ ด้านบนมีภาพวาดวางไว้อยู่หนึ่งรูป
เขาเดินเข้าไปและเห็นคนที่อยู่ในภาพวาด ม่านตาของเขาหดลงเล็กน้อยและม้วนเก็บภาพอย่างเงียบๆ แล้วถือไว้ในมือของเขา
“เจ้าไปธุระของเจ้าต่อเถอะ” เซียวเซียวหันหลังและกําชับแม่ทัพแล้วนำภาพวาดออกไป
เมื่อเขาจากไป แม่ทัพสังเกตเห็นแกนรูปในมือของเขาและเกิดความสงสัย รอจนกระทั่งเซียวเซียวจากไป เขาถึงได้ถามผู้ใต้บังคับบัญชาที่อยู่ข้างกาย “บนภาพวาดนั้นคือรูปอะไรหรือขอรับ”
น่าเสียดายที่ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขากลับส่ายหน้า “ข้าน้อยไม่ได้สังเกตเห็น”
ณ เมืองหลวงซั่งตู ได้เกิดวิกฤตการณ์ขึ้นอีกครั้ง
รถม้าที่ไม่ค่อยเป็นจุดสนใจจนไม่มีใครสังเกตเห็นกลับห้อตะบึงออกจากประตูเมืองอย่างเงียบเชียบและ มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ
อาเฉวียนที่สามารถบังคับรถม้าได้เอ่ยถามคนในเกี้ยว “คุณชาย เราจะไปไหนกันรึขอรับ”
“เป่ยโหรว” ภายในรถม้ามีเสียงหรงจิ่งดังขึ้นมา
“ไปเป่ยโหรวหรือขอรับ” อาเฉวียนประหลาดใจเล็กน้อย ตอนที่พวกเขาจากไป ภายในเมืองก็เกิดความตื่นตระหนก ทุกคนในตระกูลหรงล้วนถูกพาตัวไปที่ลานประหาร
ตอนแรกเขาคิดว่าคุณชายจะพาเขาไปช่วยคนแต่คิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะออกจากเมืองและกํ