าลังจะไปเป่ยโหรว
“คุณชาย พวกเราไปที่เป่ยโหรวแล้วจะแก้แค้นได้อย่างไรขอรับ” อาเฉวียนอดถามไม่ได้
“แก้แค้นหรือ” หรงจิ่งกลับหัวเราะออกมาอย่างขบขัน “อาเฉวียน หากตระกูลหรงต้องการจะล้มบัลลังก์ก็ต้องมีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความล้มเหลว แพ้ก็คือแพ้ ต้องชดใช้ชีวิตด้วยชีวิตคนในตระกูลก็นับว่าเป็นผลของการกระทำแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นคุณชาย…เราจะไปทําอะไรที่เป่ยโหรวขอรับ” อาเฉวียนมีสีหน้างุนงง
แต่หรงจิ่งกลับให้คําตอบที่เหมือนใช่แต่ทว่าไม่ใช่ “ทําในสิ่งที่ข้าควรทํา ในเมื่อแพ้ให้กับลู่เจี้ย ข้าย่อมต้องรักษาสัญญาอย่างแน่นอน”
คุณชายแพ้นายน้อยลู่แล้วอย่างนั้นหรือ
สัญญาหรือ
อาเฉวียนได้ฟังแล้วก็ไม่ใคร่เข้าใจนักจึงได้แต่กุมบังเหียนไปเงียบๆ พาคุณชายของตัวเองไปเป่ยโหรว
ภายในวังหลวง เซียวเซียวยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าเจียงหลี
ในมือของเจียงหลีเป็นภาพที่นำออกมาจากห้องของหรงจิ่ง หญิงสาวที่อยู่ในภาพวาดนั้นก็คือนาง
เจียงหลีค่อยๆ ม้วนภาพวางลงบนโต๊ะ แล้วพูดกับเซียวเซียวว่า “เจ้าออกไปเถอะ ไม่จําเป็นต้องส่งคนไปตามหรงจิ่งหรอก”
“พ่ะย่ะค่ะ” เซียวเซียวตอบรับ แล้วถอยออกไปด้านนอก
ในตําหนักจักรพรรดิเหลือเพียงเจียงหลีผู้เดียว ในตําหนักอันกว้างใหญ่แห่งนี้งดงาม แต่ทว่ากลับดูว่างเปล่าไปทุกแห่ง
ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน เป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์นั้นร้อนแรงที่สุด
คนของตระกูลหรงรวมทั้งหรงเทียนเผิงถูกพาตัวไปที่ลานประหารชีวิต ที่แห่งนั้นเป็น