จัดประดับตกแต่งแล้วเสร็จหรือยัง”
อวี้ซูพยักหน้า “ทุกอย่างถูกจัดตามคําสั่งที่พระองค์ได้รับสั่งแล้ว” พูดไปนางก็แค่นเสียงเย็นชาอย่างเหยียดหยาม “ตระกูลหรงผู้น่าขันผู้นั้นคิดว่าตนเองควบคุมทุกอย่างไว้ก่อน หารู้ไม่ว่าทหารเฝ้าวังที่พวกเขาคิดว่าได้เป็นพวกแล้วล้วนเป็นคําสั่งของฝ่าบาท”
“อืม ในคราวนี้พวกเรามาจับลูกไก่ในมือดีกว่า เมื่อคนของตระกูลหรงตกหลุมพราง ตระกูลขุนนางที่มีความสัมพันธ์กับตระกูลหรง ขุนนางชั้นสูงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก็จับตัวไปพร้อมกันให้หมด” เจียงหลีกล่าวจบ ดวงตาที่สว่างไสวของนางก็ส่องแสงประกาย
“เพคะ!” อวี้ซูตอบ
แต่นางยังคงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ฝ่าบาท เช่นนั้นคุณชายจิ่งผู้นั้นหละเพคะ”
“เขาหรือ” เจียงหลีหรี่ตาลงแล้วยิ้มที่คาดเดาได้ยากนัก “ในเมื่อเขาถูกตระกูลหรงกักบริเวณไว้เช่นนั้นก็ยังไม่ต้องทําให้เขาตกใจ”
“เพคะ” หลังจากอวี้ซูได้รับคําสั่งแล้วก็ออกจากตําหนักไป
รอนางจากไป แววตาของเจียงหลีก็ฉายแววครุ่นคิด หรงจิ่งนะหรงจิ่ง เจ้าจะเดินตามกลที่ลู่เจี้ยวางไว้จริงๆ หรือ
ในความเป็นจริงเจียงหลีรู้สึกขัดแย้งในใจเล็กน้อย
อีกด้านหนึ่ง หากหรงจิ่งทำตามแผนการของลู่เจี้ยต่อไป นางเองก็มีความรู้สึกผิด แต่ในทางกลับกัน อย่างที่ลู่เจี้ยกล่าว เขาเพียงให้หรงจิ่งมีทางเลือก หรงจิ่งจะเป็นคนเลือกเองทุกอย่าง
ในจวนตระกูลหรง คืนนี้เงียบสงัดกว่าปกติ ราวกับว่าทุกคนไม่ได้อยู่ในจวน
สิ่งเดียวที่ไม่สะทกสะท้าน ก็คือลาน