บ้านที่หรงจิ่งอาศัยอยู่
อาเฉวียนยังคงปกป้องเคียงข้างเขาอย่างซื่อสัตย์และรายงานด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “คุณชาย คืนนี้พวกเขาจะลงมือแล้ว ท่านว่า พวกเขาจะสําเร็จหรือไม่”
“ไม่หรอก” หรงจิ่งกล่าวโดยไม่ลังเล
มุมปากของอาเฉวียนโค้งขึ้น เขาเงยหน้าขึ้นมองหรงจิ่งที่กําลังจัดวางดอกไม้อยู่ พลางคิดในใจ ในเมื่อท่านรู้ว่าจะไม่สำเร็จแล้ว แต่ท่านกลับไม่ห้ามหรือ พวกเขาเป็นญาติที่เกี่ยวข้องกันทางสายโลหิตของท่านเชียวนะ
“อาเฉวียน เจ้าโทษข้าที่ใจดำหรือ” หรงจิ่งไม่ได้เงยหน้าแล้วจัดแต่งกระถางตรงหน้าอย่างตั้งใจ
ในใจของอาเฉวียนสั่นสะท้าน เขารีบคุกเข่าลงกับพื้น “คุณชาย อาเฉวียนไม่กล้าขอรับ”
หรงจิ่งยิ้มบางๆ “ลุกขึ้นเถอะ ข้าไม่ได้โทษเจ้า”
อาเฉวียนตอบรับ แต่ก็ยังรู้สึกกระวนกระวายใจอยู่ดี
หรงจิ่งตัดใบไม้ที่แห้งตายแล้วออกด้วยกรรไกรในมือพร้อมกล่าวช้าๆ ว่า “ความทะเยอทะยานของมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุด ข้าได้พยายามหยุดยั้งอย่างเต็มที่แล้วแต่ก็ยังไม่สามารถหยุดได้ ตระกูลหรงควรได้รับหายนะนี้ หรือบางทีตระกูลหรงที่รุ่งเรืองเป็นเวลาหลายร้อยปีกำลังจะถึงจุดจบในวันนี้เสียแล้ว”
“คุณชาย ท่านไม่กลัวจะเสียใจหรอกหรือ” อาเฉวียนอดถามไม่ได้ คุณชายของเขาสงบนิ่งเกินไป ราวกับว่าสิ่งใดก็ไม่สามารถสั่นคลอนจิตใจของเขาได้
คนเช่นนี้เกิดมาอยู่ในตระกูลใหญ่มีทั้งโชคดีและโชคร้าย
หรงจิ่งนิ่งอึ้ง ส่ายหน้าช้าๆ “ในเมื่อเลือกแล้ว ก็ต้องแบกรับผลที่ตามมา ”
อาเฉวียน