ถอนหายใจเงียบๆ ความจริงแล้วเขาอยากจะถามว่าหากคุณชายของเขาต้องการจะจัดการกับจักรพรรดินีจริงๆ ถ้าเช่นนั้นจักรพรรดินีสาวผู้นี้จะเป็นคู่ต่อสู้หรือไม่
น่าเสียดายที่เขาไม่กล้าถามคําถามดังกล่าว
และรู้ว่าหากถามไปก็เปล่าประโยชน์ ตั้งแต่วินาทีที่คุณชายของเขาวาดรูปจักรพรรดินีด้วยมือของตัวเอง เขาก็รู้แล้วว่าคุณชายของเขาจะไม่เป็นศัตรูกับจักรพรรดินีตลอดชีวิตของเขา
แม้ว่า…จะต้องเสียสละทั้งตระกูลไปก็ตาม
“เจ้าไปก่อนเถอะ” หรงจิ่งพูดกับอาเฉวียน
อาเฉวียนถอยออกไป
เมื่ออาเฉวียนจากไป หรงจิ่งจึงวางกรรไกรในมือลงบนโต๊ะอย่างเบามือ แล้วหุบยิ้มตรงมุมปากลง เขาเดินไปที่หน้าต่างและมองดูแสงจันทร์นอกหน้าต่าง
คืนนี้แสงจันทร์สลัว ราวกับว่ามีสีเลือดจางๆ แซมอยู่บางตา
รัตติกาลดำมืดเช่นนี้ ในสายตาของสำนักดาราศาสตร์ส่วนใหญ่ถือว่าไม่เป็นมงคล จะมีเรื่องนองเลือดเกิดขึ้น
เขาหลับตาลงแล้วดึงสายตากลับมา เขาเทสุราหนึ่งจอกแล้วราดลงบนพื้นเสียครึ่งจอก ดื่มอีกครึ่งที่เหลือ เมื่อสุราเข้าคอเขาก็เอ่ยพึมพําขึ้น “ลู่เจี้ย ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการให้ข้าทําอะไร เจ้าเก่งจริงๆ ก่อนตายก็ไม่ลืมที่จะวางกลกับข้า ในวันนี้ตระกูลหรงจะตกเป็นหินที่อยู่วางอยู่ใต้เท้าของนางที่จะใช้เป็นรากฐานที่มั่นคง แค้นนี้รอข้าพบเจ้าในใต้พิภพ แล้วค่อยคิดบัญชีกับเจ้า”
คนฉลาดเฉลียวอย่างเขา ในช่วงเวลาที่ถูกกักขังไว้ จะมองแผนการของลู่เจี้ยไม่ออกได้อย่างไร
แม้ว่า จะมองออกอย่าง