เขาจะหลอมรวมกับวิญญาณยุทธ์แบบไหนกัน เขาเชี่ยวชาญในด้านการโจมตี คาดว่าวิญญาณยุทธ์อันดันสามของเขาก็คงต้องเกี่ยวกับการดจมตีด้วยเช่นกัน
“พรสวรรค์ของลู่เสวียนไม่ได้อ่อนแอแต่แรกอยู่แล้ว เขาเองก็ฝึกฝนอย่างหนักเช่นกัน อีกไม่กี่ปีเขาก็จะสามารถเข้าสู่โลกหลิงไซว่ได้แล้ว” หนานอู๋เฮิ่นกล่าวอีกครั้ง
ทุกอย่างล้วนเป็นข่าวดีทั้งนั้น ซึ่งนั้นทำให้เจียงหลียิ้มออกมาอย่างจริงใจ
“ที่เรียกเจ้ามาในวันนี้ ข้ามีบางอย่างจะบอกกับเจ้า” หนานอู๋เฮิ่นเปลี่ยนหัวข้อ “คะแนนในการประเมินของเจ้าเพียงพอที่จะมีสิทธิแล้ว ในตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกเดือนกว่าก่อนที่จะส่งคนไปยังซีฮวง หากเจ้าอยากไปด้วยนั้น เจ้าต้องจัดการเตรียมทุกอย่างให้พร้อมแล้ว”
“ซีฮวง” ดวงตาของเจียงหลีสว่างไปครู่หนึ่งแล้วสงบลง
เพื่อดูโลกที่กว้างขึ้น แน่นอนว่ามันคือสิ่งที่นางต้องการอยู่ในใจ แต่ซีฮวงยังไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน ปัญหาภายในและภายนอกของราชวงศ์จยาเซียนก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับลู่เจี้ยก็ยังไม่คืบหน้ามากนัก นางจะจากไปในเวลานี้ได้อย่างไรกัน
“ถ้าหากข้าไม่ไป จะมีโอกาสอีกครั้งเมื่อไหร่” เจียงหลีถามหลังจากที่สงบลง
“สามปีหลังจากนี้” หนานอู๋เฮิ่นกล่าว
สามปี!
เจียงหลีเม้มรีฝีปากแน่น
เฟิงสิงอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะเกลี้ยกล่อม “ยาโถว โอกาสที่หายากเช่นนี้ ทรัพยากรของหนานฮวงเทียบไม่ได้กับของซีฮวงเลยถ้าหากเจ้าเข้าช้าไปสามปี ข้าเกรงว่าจะถูกพวกรุ่นเดียวก