เป็นเวลาสามเดือนแล้ว
เจียงหลียืนอยู่นอกพระตำหนักหวงจี๋มองไปบนท้องฟ้าอันไร้ขอบเขตโดยไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
อวี้ซูยืนอยู่ข้างหลังนาง และได้อ่านข้อมูลล่าสุดให้นางฟัง ส่วนนางจะฟังหรือไม่นั้นก็มิอาจทราบได้
“ซีเฉียนค่อยๆ ควบคุมการแพร่ของโรคระบาดได้บ้างแล้ว แต่ก็สูญเสียไปมากเช่นกัน ตามที่สายลับบอกมาคราวนี้โรคระบาดร้ายแรงมาก จักรพรรดิซีเฉียนต้องนำทรัพย์สินหนึ่งในสามของคลังมาใช้สำหรับบรรเทาทุกข์ครั้งนี้ เพียงครั้งนี้ครั้งเดียวทำให้เหล่ากองทัพของซีเฉียนรู้สึกถึงความตึงเครียด ไม่พักฟื้นก็เร่งทำสงคราม” อวี้ซูกล่าวจบแล้วมองไปที่เงาของนายท่าน
นางมีความงุนงงเล็กน้อย ช่วงนี้นายท่านดูเหมือนสติค่อนข้างจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวมากนัก
เป็นเวลาสามเดือนแล้ว เขาจากไปเป็นเวลาสามเดือนและไม่เคยปรากฏตัวเลยแม้แต่ครั้งเดียว หรือว่าจะโกรธจริงๆ เจียงหลีรู้สึกกระวนกระวายใจเล็กน้อย
ถ้าหากลู่เจี้ยไม่ปรากฏตัวอีก นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะไปหาเขาได้ที่ใด!
หรือเขาอาจกลับชาติมาเกิดอีกครั้งแล้ว เจียงหลีกำลังคิดมาก
“ฝ่าบาท”
เสียงของอวี้ซู ดึงสตินางกลับมา
เจียงหลีละสายตาจากการมองบนท้องฟ้า และหันกลับมามองนาง
เมื่อเห็นว่านางมองกลับมา อวี้ซูจึงกล่าวต่อ “มีเรื่องแปลกอยู่เรื่องหนึ่ง ฝ่าบาทต้องการฟังหรือไม่”
“ว่ามา” เจียงหลีกล่าวแบบส่งๆ
อวี้ซูเม้มริมฝีปากแล้วกล่าวว่า “โรคระบาดในซีเฉียนครั้งนี้ ดูเหมือนจะเกิดขึ้นเฉพาะในเขตของเมืองซี