มารถเช่นนี้
เจียงหลีกางมือออกแล้วกล่าวว่า “ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าเองก็มิทราบเหมือนกัน ถ้าหากโรคระบาดไม่สามารถแพร่ระบาดไปยังเมืองของข้าจริงๆ ผู้ลี้ภัยชาวซีเฉียนเหล่านั้นก็ต้องเก็บไว้เป็นแน่ ซีเฉียนได้สังหารชาวบ้านของข้าไปจำนวนมาก บัดนี้ถึงเวลาเอาคืนบ้างแล้ว แต่ทว่า ออกคำสั่งลงไปว่า ชาวบ้านเมืองซีเฉียนที่จะเข้ามาในเขตสุ่ยหานนั้น จะต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ไม่เพียงแต่การแพร่ระบาดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตัวตนของพวกเขาด้วย ชาวบ้านที่เข้ามาจะต้องออกจากเมืองซีเฉียนและกลายเป็นพลเมืองของของข้า แล้วจัดการให้พวกเขาอยู่ที่เมืองว่างเปล่าเหล่านั้นก็แล้วกัน
อวี้ซูจดจำทุกคำพูดที่นางกล่าวมา จากนั้นก็รับคำสั่งพร้อมกับกล่าวต่อว่า “เพคะ บ่าวจะสั่งคนให้ไปจัดการเดี๋ยวนี้เพคะ”
แต่ทว่า เมื่อนางกำลังจะจากไปนั้นทันใดนั้นเองก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏออกมานอกพระราชวังจักรพรรดิ ดวงตาของอวี้ซูกระพริบ และไม่ได้จากไปในทันที
“หรงอวี้ถวายบังคมฝ่าบาท” บุคคลที่มานั้น เป็นคนที่มีรูปงามของตระกูลหรง ที่เข้าวังมาแล้วสามเดือน แต่ก็ถูกเมินเฉยเป็นเวลาสามเดือนเช่นกัน
เจียงหลีขยับตาเบาๆ มองไปที่ชายหนุ่มผู้นี้และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ทำไมวันนี้เจ้าถึงมาที่นี่ได้”
แววตาของหรงอวี้มีความขุ่นเคืองเล็กน้อย แต่น้ำเสียงยังคงอ่อนโยน “หรงอวี้อยู่ในวังมาสามเดือนแล้ว แต่ไม่เป็นที่รักของฝ่าบาทหรือได้รับใช้ฝ่าบาทเลย ฝ่าบาท หรงอวี้ยังทำได้ไม่ดีพอหรื