ในจวนตระกูลหรง ความครึกครื้นหน้าจวนค่อยๆ สงบลง
หรงจิ่งยืนอยู่ใต้ต้นไม้ในจวน ยังคงมีปุยขาวของต้นหลิวร่วงลงมาบนตัวเขา อาเฉวียนเดินเข้ามาใกล้อย่างช้าๆ แล้วก้มหน้า
“ไปแล้วรึ” หรงจิ่งถามขึ้นมาอย่างเย็นชา
อาเฉวียนพยักหน้า “พ่ะย่ะค่ะ องค์ชายอวี้ได้เข้าวังไปแล้ว”
หรงจิ่งยิ้มอย่างประชดประชัน เขายกมือขึ้น แล้วพลิกฝ่ามือขึ้นมารับปุยขาวของต้นหลิวที่ร่วงลงมา จ้องมองปุยขาวในมือ พูดช้าๆ ว่า “น้องชายผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องคนนี้ของข้า กลัวว่าจะเหมือนกับปุยขาวของต้นหลิวอันนี้”
พูดจบ ในมือของเขาพลังวิญญาณปรากฏขึ้น ปุยขาวของต้นหลิวที่อยู่ในมือกลายเป็นผุยผง
“ความทะเยอทะยานอันแรงกล้า ไม่เพียงแต่สามารถทำลายคนๆ หนึ่งได้ ยังสามารถทำลายได้ทั้งตระกูล พวกท่านพ่อทำไมถึงไม่เข้าใจ ศึกไม่กี่เดือนก่อน ยังไม่ทำให้พวกเขาได้สติอีกรึ มีบางเรื่องที่ถูกกำหนดมาให้เป็นได้เพียงความฝัน” หรงจิ่งพูดอย่างทอดถอนใจ
“องค์ชาย เช่นนั้นพวกเราทำอย่างไรดี” อาเฉวียนถามอย่างไม่เข้าใจ
คำถามนี้ ทำให้หรงจิ่งยิ้มออกมาอย่างกลุ้มใจ “ปล่อยเขาไปเถอะ”
อาเฉวียนขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจ เขาไม่เข้าใจคำว่า ‘เขา’ ที่หรงจิ่งพูดหมายถึงตระกูลหรง หรือว่าคนในวังคนนั้น หรือว่าทั้งสอง
สรุปก็คือเขาแค่รู้สึกว่าหลังจากที่องค์ชายถูกกักบริเวณ ความเย็นชาในตัวเขาก็เพิ่มมากยิ่งขึ้น เหมือนว่าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ในสายตาเขาทุกสิ่งทุกอย่างเป็นดั่งความฝัน
…
ในตำหนักหวงจี๋ ความ