“เพราะผู้หญิงคนหนึ่งอย่างนั้นหรือ” เหมือนว่าอวี้ฉีจะตกใจเป็นอย่างมาก
เสินอวี่มุมปากกระตุกอย่างแรง ยังคงประหลาดใจ “น่าจะ…ใช่นะ”
อวี้ฉีขมวดคิ้ว “อะไรคือน่าจะใช่นะ นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะล้อเล่น เรื่องไม่ดีจะทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น”
ถ้าเปรียบเทียบความเคร่งเครียดของอวี้ฉีแล้ว เสินอวี่ดูไม่ได้สนใจอะไรมาก “จะเกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้น จักรพรรดิมีความแน่วแน่ พวกเราแค่ติดตามจักรพรรดิก็พอแล้ว”
“ไม่ใช่ เจ้าบอกข้ามา ผู้หญิงคนนั้นทำไม” อวี้ฉีซักถามด้วยความอยากรู้
เสินอวี่กุมมือแล้วกระแอมเบาๆ พูดอย่างช้าๆ ว่า “ข้าไปสืบถามมา ไม่นานมานี้ประเทศนี้ได้เกิดสงครามขึ้นครั้งหนึ่ง เพียงแต่ไม่ใช่ว่าประเทศอื่นโจมตีพวกเขา แต่เป็นพวกเขาที่ไปโจมตีประเทศอื่น”
อวี้ฉีขมวดคิ้ว “นี่มันเกี่ยวอะไรกับผู้หญิง”
เขาอยากฟังเรื่องของจักรพรรดิ ไม่ได้อยากฟังเรื่องเล่าการสู้รบ ถ้าเรื่องสู้รบ เอาองครักษ์ซิงอวินของพวกเขามาคนหนึ่ง ประสบการณ์ก็แข็งแกร่งกว่าแม่ทัพใหญ่ของประเทศเหล่านี้ไหมล่ะ
“เจ้าจะรีบอะไร” เสินอวี่มองบนใส่เขาไปทีหนึ่ง แล้วยังคงเล่าต่ออย่างช้าๆ “เพียงแต่ สงครามครั้งนี้สงบลงเพราะหญิงสาวคนหนึ่ง ที่จริงควรจะพูดว่าเด็กผู้หญิง ไม่ใช่หญิงสาว”
“เด็กผู้หญิงหรือ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งจะจัดการกับสงครามของทั้งสองประเทศได้อย่างไร” อวี้ฉียิ่งอยากรู้เข้าไปอีก
เสินอวี่เผยรอยยิ้มที่ลึกซึ้งอย่างคาดเอาไม่ถูกออกมา แล้วอธิบายให้เขาฟัง “เพราะว่