ล้วนแต่ไม่ได้เตรียมการอย่างรอบคอบ ยิ่งไปกว่านั้นในราชวงศ์ของข้า ยังมีคนที่อยากได้ราชบัลลังก์ของข้าอีกหรือ”
“เช่นนั้นการเจรจาเพื่อสันติคงจำเป็นแล้วใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ผู้บังคับบัญชาทหารซีฝางถาม
เจียงหลีพยักหน้า “การเจรจาเพื่อสันติก็คือการเจรจาเพื่อสันติ แต่ว่าก็ดูถูกพวกเขาไม่ได้”
ผู้บัญชาการทหารซีฝางและเจียงเฮ่าสบตากัน เข้าใจว่าฝ่าบาทได้มีแผนการในใจแล้ว
…
ขบวนการเจรจาเพื่อสันติของซีเฉียนจะมาถึงนอกเมืองซู่หยวนในวันที่สิบที่ส่งจดหมายเจรจาเพื่อสันติมาถึง นอกจากขุนนางที่มาเจรจาแล้ว ห่างออกไปห้าลี้จากสถานที่เจรจาสงบศึก เป็นดินแดนของซีเฉียน มีกองกำลังทหารหนึ่งแสนคนอยู่
เจียงหลีรู้ว่านี่คือการกดดันนางของฮ่องเต้แห่งซีเฉียน
เหมือนว่า ถึงแม้ว่าซีเฉียนเป็นผู้ขอสงบศึกเอง แต่ก็ยังคงไม่ยอมก้มหัวที่สูงศักดิ์นั้นและคุกเข่าต่อหน้าราชวงศ์จยาเซียน
สถานที่เจรจาสงบศึก เลือกเป็นศาลาอำลาที่หนึ่งนอกเมืองซู่หยวน
ศาลานี้ต้องไปทางเหนือ แล้วเดินไปอีกหนึ่งลี้ ก็จะเป็นดินแดนของซีเฉียน พูดได้ว่าในหลายๆ ครั้ง ศาลามักถูกคนพื้นที่ เอามาเป็นสถานที่สุดท้ายของสุ่ยหัน เป็นสัญลักษณ์ว่าเข้าสู่ซีเฉียนแล้ว
เสียงลมหวีดหวิว ธงพลิ้วไสว
กองกำลังทหารของราชวงศ์จยาเซียน ตั้งขบวนอยู่ด้านนอกศาลาอำลาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ยาวเหยียดไม่ขาดตอน
ในตอนที่ขุนนางที่จะมาเจรจาสงบศึกนำกองกำลังทหารหนึ่งพันคนมาถึง ทันใดนั้นหน้าก็ซีดขึ้นมา ขาส