ั่นไปหมด
เขาได้ยินมาว่ากองกำลังทหารที่ถูกส่งมาก่อนหน้านี้ ไม่มีใครได้กลับไปสักคน!
จักรพรรดินีพระองค์ใหม่ที่ขึ้นครองราชย์นี้ไม่ควรมีเรื่องด้วย! เขาพูดในใจ ในขณะเดียวกัน ก็ด่าคนพวกนั้นที่ส่งเขามาเป็นคนที่รับงานนี้
“ใต้เท้าหลี่ ไม่ต้องกลัว” ทันใดนั้น ก็มีเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจดังขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้เขาใจสงบขึ้น
หลี่ชังมองไปคนที่พูดขึ้นมาอยู่ด้านหลังด้วยหางตา เผยรอยยิ้มที่สอพลอ แล้วก็พูดว่า “อีกเดี๋ยวก็เจรจาสงบศึกแล้ว จักรพรรดินีแห่งจยาเซียนต้องกลั่นแกล้งข้าเป็นแน่ ถึงเวลาคงต้องพึ่งท่านแล้ว” พูดจบ เขาที่สีหน้าเคร่งเครียดก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลังจากที่รู้ว่าจักรพรรดินีแห่งจยาเซียงเป็นหลิงไซว่ในกองกำลังครั้งนี้ ฮ่องเต้แห่งซีเฉียนตั้งใจส่งหลิงไซว่ขั้นสูงจากในวังมาเพื่อเสริมกำลังให้เขา
“ก็แค่เด็กตัวเล็กๆ” หลิงไซว่คนนั้นพูดอย่างเหยียดหยามเป็นอย่างมาก เขาแค่รู้สึกว่าเจียงหลีอายุน้อยเกินไป แล้วก็เพิ่งถึงขั้นหลิงไซว่ ไม่สามารถที่จะเปรียบเทียบกับเขาที่เป็นหลิงไซว่ขั้นสูงที่อยู่ขั้นหลิงไซว่มานานแล้ว แต่กลับลืมไปเพราะว่าอายุน้อย แต่กลับมีพลังสูง นี่บ่งบอกถึงพรสวรรค์ที่น่ากลัวและความรวดเร็วในการฝึกฝน
หลี่ชังทำใจดีสู้เสือ หันกลับไปแล้วหุบยิ้ม เชิดหน้ายืดอก วางท่าที่ขุนนางของอาณาจักรควรมี
แต่ทว่า ก่อนที่เขาจะเดินถึงศาลาอำลา ท่าทางที่เขาเพิ่งวางมาดเมื่อครู่ ทันใดนั้นกลับหดหู่ เหมือนน้ำท่วมไห