ลทะลักออกมาอย่างไรอย่างนั้น สลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย
คนที่มาพบกับขุนนางของซีเฉียนไม่ใช่เจียงหลี แล้วก็ไม่ใช่คนของราชวงศ์จยาเซียน แต่เป็นแม่ทัพใหญ่ที่ยกทัพไปแล้วถูกจับกุมคนนั้น
ตอนนี้ เสื้อผ้าของชายผู้นั้นยุ่งเหยิง ตกที่นั่งลำบากมาก ความน่าเกรงขามของแม่ทัพหายไปไหนหมดแล้วหรือ มือทั้งสองข้างถูกมัดไว้ คุกเข่าลงกับพื้น มองเขาด้วยความหมดอาลัยตายอยาก
“แม่ทัพผิง!” หลี่ชังร้องเรียกออกมา
เขาคิดว่าแม่ทัพใหญ่ท่านนี้ได้ตายในการรบไปแล้ว ไม่คิดว่าจะถูกจับเป็นเชลย!
น่าเสียดาย การเรียกของเขา ไม่ได้ทำให้คนที่คุกเข่าอยู่กับพื้นมีปฏิกิริยาโต้ตอบอะไร ท่าทางที่เซ่อๆ ซ่าๆ นั้นของเขา ทำให้หลี่ชังที่ใจเป็นกังวลอยู่แล้วกระสับกระส่ายไม่เป็นสุขขึ้นมา
“ขุนนางซีเฉียนเห็นฮ่องเต้ของข้าทำไมถึงยังไม่คุกเข่า!” ทันใดนั้น เสียงตะโกนที่ดุดันก็ดังขึ้นมา ทำให้หลี่ชังตกใจจนขาอ่อน คุกเข่าลงไปกับพื้น
แต่ทว่า ในตอนที่หัวเข่าของเขาเพิ่งจะสัมผัสกับพื้น หลิงไซว่คนนั้นที่อยู่ข้างหลังเขากลับใช้พลังวิญญาณดึงเข้าขึ้นมา พูดด้วยท่าทางอวดดีว่า “ข้าคือขุนนางแห่งซีเฉียน ทำไมต้องคุกเข่าให้กับจักรพรรดินีที่เด็กอย่างเจ้าด้วยล่ะ”
“หาญกล้า!” ผู้บังคับบัญชาทหารซีฝางตะโกนเสียงดัง
ตอนนี้ หลี่ชังถึงจะเงยหน้าขึ้นมา แล้วมองไปยังสาวน้อยที่สวมใส่ชุดลายมังกรที่นั่งอยู่ในศาลาอำลา นางเอนกายพิงเก้าอี้ตัวเดียวที่อยู่ในศาลาอย่างเกียจคร้าน มองดูเหตุการณ์ทั