สาวน้อยที่ฮึกเหิม หลังจากที่ได้ยินเสียงของนาง ก็รีบหันหน้าไปหานาง เสียง ‘ตุบ’ คุกเข่าลงกับพื้น เอาหัวกระแทกพื้นสามครั้งเพื่อแสดงความเคารพอย่างเอาจริงเอาจัง แล้วถึงจะพูดว่า “ฝ่าบาท ข้าชื่อซื่อผิงเพคะ ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ช่วยข้าไว้เมื่อครู่นี้ ยิ่งไปกว่านั้นก็คือสังหารพวกเดรัจฉานเหล่านี้ แก้แค้นให้กับพ่อแม่ของข้า!”
ตาทั้งสองข้างของนางแดงก่ำ เสียงสะอึกสะอื้น ในแววตาลึกๆ มีเปลวไฟที่เคียดแค้นที่รุกโชนขึ้นมา
“ลุกขึ้นเถอะ” เจียงหลีพูดอย่างเย็นชา
ซื่อผิงลุกขึ้นมาจากพื้นอย่างว่องไว ตบฝุ่นที่หัวเข่า แสยะยิ้มให้เจียงหลีอย่างเกรงใจ
ในตอนที่เผชิญหน้าเจียงหลี นางเก็บความเคียดแค้นที่บ้านพังทลาย ครอบครัวถูกทำร้าย เผยความไร้เดียงสาที่สดใสเหมาะกับอายุของนาง
สาวน้อยแบบนี้ ทำให้เจียงหลียิ้มออกมา
นางมองคนอื่นๆ รอยยิ้มหายไป เพียงแต่แค่พูดอย่างเย็นชาว่า “พวกเจ้าก็ลุกขึ้นเถอะ”
คนที่เข้าใจนาง ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก คนที่ไม่เข้าใจนาง ทำไมจะต้องพูดให้เปลืองน้ำลายด้วยหรือ
แท้จริงแล้วนางเป็นกษัตริย์ที่มีคุณธรรม หรือว่ากษัตริย์ที่โหดเหี้ยมอำมหิต เวลาจะตัวพิสูจน์ทุกอย่าง!
“ขอบ…ขอบพระทัยฝ่าบาท”
ฝูงชนลุกขึ้นยืนอย่างงกๆ เงิ่นๆ
ในใจพวกเขาก็ซาบซึ้งในการปรากฏตัวของเจียงหลีเช่นกัน เพียงแต่ว่าความน่ากลัวในสังหารกลับปกปิดความซาบซึ้งนี้
“ซื่อผิง” ทันใดนั้นเจียงหลีก็เรียกขึ้นมา
สาวน้อยซื่อผิงรีบเข้าไปหานาง แต่กลับรู้งานรักษ