ที่ลู่จ้านตอบรับ แล้วก็ถอยออกจากตำหนักหวงจี๋
หลังจากที่เดินออกมา เขาก็หันกลับไปมองตำหนักที่สูงตระหง่าน แล้วถอนหายใจ พูดพึมพำว่า “นายน้อย สายตาที่มองคนของท่านไม่เคยผิด ตระกูลลู่มีนางอยู่ ไม่มีทางดับสูญ ลู่จ้านก็สาบานต่อนายน้อยเช่นกัน จะช่วยปกป้องราชินีไปตลอดชีวิต! ปกป้องตระกูลลู่ของข้าไม่ให้สูญสิ้นไปอีกนับพันปี!”
“เจ้าไปไหนมา”
หรงจิ่งที่เพิ่งกลับถึงจวน ก็เผชิญกับการซักถามของท่านพ่อ
หรงจิ่งยืนอยู่ที่เดิม มองหรงเทียนเผิงที่สีหน้าดูไม่ได้
เห็นท่าทีของเขายังคงไม่ใส่ใจ หรงเทียนเผิงโมโหหลายเรื่อง เขาเดินเข้าไปหาลูกชายที่เขาเคยภูมิใจที่สุดและทำให้โมโหที่สุด “คนของข้ารายงานว่าเจ้าเข้าไปในวังรึ”
“ไม่ผิด” หรงจิ่งพูดอย่างตรงไปตรงมา
“เจ้าไปเจอผู้หญิงคนนั้น!” ทันใดนั้น น้ำเสียงของหรงเทียนเผิงก็เปลี่ยนไป
หรงจิ่งไม่ได้ตอบอะไร ดวงตาที่สดใส มองพ่อของตัวเองอย่างไม่สะทกสะท้าน
เขาไม่ได้ทำในสิ่งที่ต้องละอายแก่ใจตัวเอง
“เจ้าบอกเรื่องราวในตระกูลให้นางฟังแล้วใช่หรือไม่” หรงเทียนเผิงเข้ามาใกล้ แล้วซักถาม
“เปล่า” ความสงบในแววตาของหรงจิ่ง
สายตาที่แหลมคมของหรงเทียนเผิง จ้องหรงจิ่งตาเขม็ง เหมือนว่ากำลังครุ่นคิดข้อเท็จจริงในคำพูดของเขา การสงสัยเช่นนี้ การครุ่นคิดเช่นนี้ ทำให้หรงจิ่งค่อยๆ ยิ้มออกมาด้วยความประชดประชัน
ไม่นึกว่าพ่อของเขาจะไม่เชื่อเขา ไม่เข้าใจเขา
แต่เจียงหลี กลับสามารถเข้าใจเข้า!
“เจ้าพูดอะไรกับนาง