ยแพ้ล่ะ”
“จะพ่ายแพ้ได้อย่างไร ยึดครองใต้หล้า ก็ต้องเสียสละ ข้าไม่กลัวการสละชีพ แม้ว่าจะต้องยกไปทั้งตระกูล ข้าก็ไม่เสียดาย” หรงเทียนเผิงพูดอย่างมุ่งมั่นและเด็ดขาด
หรงจิ่งยิ้มอย่างจนปัญญา
ความทะเยอทะยานที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ของครอบครัว เขาฉุดไม่อยู่แล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็แล้วแต่พวกเขาแล้วกัน ตระกูลของตัวเอง ล่มสลายกลายเป็นบันไดไปสู่ความก้าวหน้าใต้เท้าของเจียงหลี เหตุการณ์แบบนี้ เหมือนเขาจะรู้ตั้งนานแล้ว แล้วก็เหมือนจะเหนือความคาดหมาย
“ข้ารับปากท่านว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก” ในขณะเดียวกันกับที่หรงจิ่งรับปาก ใจที่เต้นเพราะตระกูลของเขา ก็กลับมาสงบ
ลู่เจี้ยพูดถูก เดิมเขาเป็นคนที่เยือกเย็นคนหนึ่ง มองทุกอย่างทะลุปรุโปร่งมากเกินไป
ทุกการเลือก ล้วนแต่ต้องเจอกับผลที่ตามมา
ในเมื่อเขาแก้ไขไม่ได้ ก็ทำได้เพียงแค่ปล่อยวาง
แต่ว่า เขาไม่ยินยอมที่จะยอมรับว่าทุกคำพูดของลู่เจี้ยจะถูก เช่นเดียวกันกับคำพูดนั้นที่เขาเอาหัวใจของเจียงหลีไปแล้ว ใครก็แย่งไปไม่ได้
แย่งไปไม่ได้ จริงหรือ หรงจิ่งก้าวเท้าออกมา เดินไปยังเรือนของตัวเอง
ในราชวงศ์จยาเซียน ทุกที่คัดเลือกชายหนุ่มรูปงามเข้าวัง เป็นไปอย่างคึกคัก
ในตำหนักหวงจี๋ เมื่อตกดึก เจียงหลีก็ไล่ทาสรับใช้ทั้งหมดในวังออกไป นั่งสมาธิอยู่บนเตียงมังกร ในมือถือเข็มขัดเส้นนั้นที่ไม่ใช่ของโลกใบนี้ขึ้นมาดู
พอนั่ง ก็นานมาก
ในตอนที่เจียงหลีเกือบจะยอมแพ้ คิดว่าคืนนี