ายที่สุด กลับไม่ได้อะไรเลย
“ข้าจะพยายามห้าม” หรงจิ่งรับปาก
เจียงหลียิ้มขึ้นมา “ข้าให้โอกาสนี้กับเจ้า แต่ถ้าหากว่าเจ้าห้ามไม่ได้ล่ะ”
หรงจิ่งยืดอก มองไปยังเจียงหลี “เช่นนั้นตระกูลหรงก็จะรับผิดชอบผลที่ตามมา”
“หรงจิ่ง” ทันใดนั้น เจียงหลีก็เรียกชื่อเขา
ในดวงตาที่สดใสของหรงจิ่ง สะท้อนท่าทางของนาง
“จำคำที่เจ้าพูดไว้ในวันนี้” สายตาของเจียงหลีมองเพ่งไปที่เขา
หรงจิ่งแววตาเปล่งประกาย แล้วถามว่า “ทำไมท่าทางที่ปฏิบัติต่อข้าถึงไม่เหมือนกัน” พูดกันตามตรงระหว่างเขาและเจียงหลีไม่ได้มีสัมพันธ์ส่วนตัว ความคิดนั้นของเขา ก็เก็บซ่อนไว้ในใจของเขาคนเดียว ไม่ได้บอกให้นางรู้ เช่นนั้นแล้วอะไรที่ทำให้นางอดทนต่อเขา ต่อตระกูลของเขา
“หรงจิ่ง เจ้าถือเป็นเพื่อนสนิทของลู่เจี้ย พูดจากใจ ข้าไม่อยากเป็นศัตรูกับเจ้า” เจียงหลีให้คำตอบ
แต่ว่านี่กลับไม่ใช่สิ่งๆ นั้นที่ในใจเขาแอบรอคอย “ในเมื่อท่านลืมเขาไม่ได้ ทำไมต้องหาสามีใหม่”
“เจ้ามาวันนี้ ก็เพื่ออยากจะถามคำถามนี้ใช่ไหม” เจียงหลีเผยรอยยิ้มที่คาดเดาออกมา
หรงจิ่งมองนางที่อยู่ตรงหน้า พยักหน้ายอมรับ “ใช่”
“ข้ามีจุดประสงค์ของข้า” เจียงหลีกลับให้คำตอบที่กำกวม
“ท่านอยากทำให้คนเลวทั้งหลายเหล่านั้นออกมา” หรงจิ่งพูด
เจียงหลีไม่ได้ปฏิเสธ “ตามนั้นก็แล้วกัน เจ้าดู วิธีแบบนี้ไม่ได้เหนือชั้นอะไร แต่กลับได้ผลอย่างมาก”
หรงจิ่งไม่ได้พูดตอบ เพราะคำพูดนี้ เขาก็เลยต้องยอมรับ
“เจียงหลี” ทันใ