ดนั้น เขาก็ตะโกนเรียกชื่อของนาง
เจียงหลีไม่ได้สนใจ รอเขาพูดต่ออย่างสงบ
ในแววตาของหรงจิ่ง มีความลังเลอยู่แวบหนึ่ง ถึงพูดอย่างช้าๆ ว่า “ถ้าหากข้ายอมเข้าวัง ท่านจะยอมรับหรือไม่”
หลังจากที่ถามคำถามนี้ออกไป เขาเป็นกังวล เขาไม่รู้ว่าสาวน้อยจะสามารถเข้าใจความหมายในคำพูดของเขาได้ไหม
“เสียสละเพื่อตระกูลรึ” เจียงหลีหัวเราะอย่างหยอกล้อขึ้นมา
หรงจิ่งส่ายหน้า “เต็มใจยอม” ในดวงตาที่สดใสของเขา มีความร้อนแรงและความหวัง
เจียงหลีมองเขาอย่างจริงจัง ไม่ได้ตอบกลับในทันที
แต่ในตอนที่นางเพ่งมอง หรงจิ่งกลับเริ่มกระวนกระวายขึ้นมา เขารู้อยู่แก่ใจว่าในความสัมพันธ์นี้ เขาไม่เหมือนกับลู่เจี้ยและเจียงหลีแบบนั้น แต่เป็นความรักที่ขิงก็รา ข่าก็แรง
เมื่อเขาตกอยู่ในจุดเริ่มต้นของความปรารถนา ก็สามารถครอบครองได้เพียงพื้นที่เล็กๆ ในความสัมพันธ์นี้
นอกเสียจาก
สักวันหนึ่ง เจียงหลีจะหวั่นไหวกับเขาจริงๆ ชอบเขาขึ้นมาจริงๆ
ทำไมต้องเป็นเจียงหลีคนเดียว
บางทีนี่อาจจะเป็นจุดที่คล้ายกันระหว่างเขาและลู่เจี้ย สายตาที่ใช้มองคนของทั้งสองดีเหมือนกัน
“เจ้าไปเถอะ” เจียงหลีพูด
ทันใดนั้น คำพูดสามคำก็ทำให้ใจที่กระวนกระวายของหรงจิ่งผ่อนคลายลง แต่ก็เต็มไปด้วยความผิดหวัง
“คุณชายจิ่งควรจะได้ท่องยุทธภพอย่างอิสระ ได้ชื่นชมสรรพสิ่ง มีหัวใจอิสระ ไม่ควรติดอยู่ในวัง ถูกผู้คนใส่ร้ายป้ายสี” เจียงหลีพูดอย่างสงบนิ่ง
คนที่ยอดเยี่ยม ควรค่าแก่การชื่นชม
และ