้วย!
“ไม่เพียงแต่ข่าวการตายของลู่เจี้ยจะส่งมาช้าแล้ว แม้แต่ราชสำนักจยาเซียนลงมือกับเมืองสุ่ยหันไปตั้งแต่เมื่อไรนั้น พวกเจ้าก็ไม่รู้!” ซีเฉียนฮ่องเต้ทรงกริ้วก่นด่า
ในท้องพระโรง ขุนนางทั้งหลายของซีเฉียนต่างก็ก้มหน้าคุกเข่าอยู่ในพระตำหนัก ฟังราชาระบายความโกรธแค้น
องค์รัชทายาทเฉียนลี่กล่าวเยาะเย้ย “ลู่เจี้ยตายแล้ว ไม่รู้ เมืองสุ่ยหันจำนนแล้ว ก็ไม่รู้ ข่าวกรองของซีเฉียนเรา แย่ถึงเพียงนี้ไปตั้งแต่เมื่อไรกัน อีกอย่าง เสด็จพ่อ ลูกได้ยินมาว่า ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ของอาณาจักรจยาเซียนนั้น ก็คือเจียงหลีนั่น นางฝึกบำเพ็ญอยู่ในสถาบันไป๋หยวนของซีเฉียน แล้วแอบไปสืบทอดบัลลังก์ตั้งแต่เมื่อไร องค์ชายสองกับนางเป็นศิษย์ร่วมสำนักกัน แต่กลับไม่รู้”
พูดจบ สายตาอันเย็นเยือกของเขาก็กวาดไปยังเฉียนจวิ้นที่ยืนอยู่ตรงข้าม รอยยิ้มเต็มไปด้วยการเสียดสี
ซีเฉียนฮ่องเต้สายตาดั่งคมมีด มองบุตรชายทั้งสองของตนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ช่วงนี้ ระหว่างทั้งสองคนนั้นต่อกรกันเองอย่างหนักหน่วง จนถึงเวลานี้แล้ว องค์รัชทายาทยังไม่ลืมที่จะซ้ำเติมน้องชายของตนอีก คนจิตใจเช่นนี้ จะเป็นผู้นำประเทศได้อย่างไร
จวิ้นเอ๋อร์ดูเจริญตากว่ายิ่งนัก สายตาของฮ่องเต้ซีเฉียน ย้ายมาที่เฉียนจวิ้น
ความรู้สึกของเฉียนจวิ้นในตอนนี้ก็ร้อนรนยิ่งนัก
ช่วงเวลานี้ เขาตั้งใจจดจู่อยู่กับการต่อสู้กับเสด็จพี่ จนละเลยการสอดส่องภายในสถาบันไป๋หยวนไปจริงๆ แต่ว่า เจียงหลีออก