ไปตั้งแต่เมื่อไร เขากลับไม่รู้ข่าวเลยสักนิด
เมื่อเผชิญหน้ากับการแทงข้างหลังของเสด็จพี่แล้ว เฉียนจวิ้นกลอกตาแล้วทูลต่อฮ่องเต้ซีเฉียนขึ้นเอง “เรื่องนี้ เป็นเพราะลูกละเลยเอง ขอเสด็จพ่อลงโทษลูกด้วย”
ท่าทีที่ขอรับโทษเองของเขานั้น ทำให้ความเยือกเย็นในดวงตาของฮ่องเต้ซีเฉียนนั้นน้อยลง “เรื่องนี้จะโทษเจ้าทั้งหมดก็ไม่ได้ เจ้าตั้งใจฝึกบำเพ็ญ ไม่สามารถสังเกตสถานการณ์ด้านนั้นได้ตลอดเวลา”
“ขอบพระทัยเสด็จพ่อ” เฉียนจวิ้นใช้สายตาที่แฝงไปด้วยชัยชนะ มองเฉียนลี่ด้วยความท้าทาย
เฉียนลี่สายตาคร่ำเครียด มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่น ลำเอียง! ลำเอียง! ต่อหน้าขุนนางบู๊บุ๋นทั้งหลาย ยังลำเอียงถึงเพียงนี้! เสด็จพ่อของข้า ท่านอยากจะบอกข้าว่า องค์รัชทายาทอย่างข้ายังไม่แน่ว่าจะได้ขึ้นครองราชย์ใช่หรือไม่
“เจียงหลีไปแล้ว แล้วลู่เสวียนและเจียงเฮ่าเล่า” ฮ่องเต้ซีเฉียนตรัสถาม
เอ่อ…
ในบรรดาเหล่าขุนนาง ต่างก็เงียบสงัด
เฉียนลี่เผยสีหน้าได้ใจ แล้วก้าวออกมาเอ่ยขึ้น “ทูลเสด็จพ่อ หลังจากที่ลูกได้ข่าวมา ก็รีบนำคนไปสถาบันไป๋หยวน แต่กลับพบว่า ก่อนหน้านี้ไม่นานทั้งสองได้หายไปจากซีเฉียนอย่างเงียบๆ คาดว่าน่าจะกลับอาณาจักรจยาเซียนไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“อะไรนะ! เจ้ามันไร้ประโยชน์! ให้คนในสายตาของเจ้าหนีไปได้!” ฮ่องเต้ซีเฉียนทรงกริ้วตำหนิ
เฉียนลี่เบิกตากว้าง เปลวไฟประกายในดวงตา ไม่ยอมรับคำตำหนิของพ่ออยู่ในใจ!
“ยังเหม่ออะไรอยู่ ยังไม่ส่งคนไปตาม