้อย กแต่เขากลับมิได้ใส่ใจถึงตำแหน่งนั้นเลย
หรงจิ่งค่อยๆ ลุกขึ้นยืดตัวและเผชิญหน้ากับบิดา “ท่านพ่อ ที่นั่งตรงนั้น อำนาจพวกนั้น มันสำคัญกับท่านมากเช่นนั้นเลยหรือ”
“เจ้าจะเข้าใจอะไร” นายใหญ่แห่งตระกูลหรงเอ่ยอย่างโมโห “ข้าทำเพื่อความรุ่งเรืองของตระกูลหรง ขอเพียงให้ข้าได้ครองบัลลังก์นั้น หลังจากนั้นตระกูลหรงจะเป็นที่หนึ่งในใต้หล้า ข้าจะนำตระกูลหรงไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงศักดิ์ และนี่คือภาระหน้าที่ของนายใหญ่ของตระกูล!”
“แล้วท่านไม่คิดเลยหรือว่าอาจจะนำตระกูลหรงไปสู่หายนะ” เสียงของหรงจิ่งดังขึ้น
“บังอาจ!” นายใหญ่แห่งตระกูลหรงโมโห
อาเฉวียนที่ยืนอยู่ด้านข้างทำได้เพียงก้มหน้าลงต่ำ โดยพยายามทำให้ตนเหมือนไร้ตัวตน
“หรือว่าเจ้านอกจากจะให้ข้าทนกับต้นกล้าที่ล้มป่วยนั้น และวันนี้ยังต้องมาอดทนกับเด็กสาวคนนั้นอีกหรือ” เจ้าจะให้ข้ายอมศิโรราบต่อเด็กสาวคนนั้นหรือ” นายใหญ่แห่งตระกูลหรงตะโกนอย่างโมโห
ข้ออ้าง! ทั้งหมดเป็นข้ออ้าง! ทั้งหมดล้วนเป็นข้ออ้างที่ปกปิดความทะเยอทะยานภายในจิตใจของตน
ดวงตาคู่นั้นของหรงจิ่งมองทะลุปุโปร่ง มองเห็นทุกอย่างชัดเจน “ท่านพ่อ ท่านอย่าลืมไปว่านางเป็นคนที่ลู่เจี้ยเลือกขึ้นมาเอง”
……………………………………