ตของราชอาณาจักรจะไม่มั่นคง จะถูกหญิงสาวคนหนึ่งทำลายจนหมดสิ้น นี่เป็นโอกาสที่ตระกูลหรงจะได้ออกหน้า เจ้ายังมีเวลาว่างมาเล่นหมากล้อมเช่นนี้อยู่หรือ”
“แล้วท่านพ่ออยากให้ข้าทำเช่นไร” หรงจิ้งเงยหน้ามองไปที่นายใหญ่แห่งตระกูลหรง
ดวงตาของเขาคู่นั้นมองเห็นอย่างทะลุปรุโปร่ง สะท้อนให้เห็นถึงความลุ่มหลงในอำนาจอันโหดร้ายของนายใหญ่แห่งตระกูลหรง เมื่อบิดาตนเป็นเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกแปลกหน้าและเสียใจนัก
“เจ้าเป็นความภาคภูมิใจของตระกูลหรง! เป็นคุณชายผู้สูงศักดิ์ของใต้หล้า! เป็นสิบผู้องอาจแห่งเมืองหลวง! ชื่อเสียงของเจ้าเป็นที่รู้จักกว่าลู่เจี้ยเสียอีก…”
“นั่นคือสิ่งที่ท่านพ่อคิด ลูกกับลู่เจี้ยเคยประลองฝีมือกันมาแล้ว และข้าก็ยังไม่เคยชนะเขามาก่อน” หรงจิ่งเอ่ยอย่างไม่หวาดหวั่นต่อสิ่งใด
“ตอนนี้ลู่เจี้ยตายแล้ว!” ดวงตาของนายใหญ่แห่งตระกูลหรงประกายความดุร้าย “ไม่สนว่าเขาจะแข็งแกร่งกว่าเจ้าหรือไม่ แต่ตอนนี้เขาตายแล้ว ก็ไม่ใครเทียบเคียงเจ้าได้อีก! เด็กสาวคนนั้นจะมาเป็นคู่แข่งเจ้ารึ หรือตระกูลลู่เป็นคู่แข่งเจ้า เจ้าเกิดมาเป็นลูกข้า เพลานี้ควรเป็นเวลาที่เจ้าจะลุกขึ้นช่วยเหลือข้าเพื่อแย่งชิงอาณาจักรอันยิ่งใหญ่นี้ แล้วไปนั่งครองบัลลังก์นั้น! รอข้าขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้ เจ้าก็จะได้ขึ้นเป็นองค์รัชทายาท เป็นฮ่องเต้ต่อจากข้า!”
นายใหญ่แห่งตระกูลหรงไม่สามารถหยุดความทะเยอทะยานนั้นไว้ได้ ทำให้หรงจิ่งรู้สึกผิดหวังเล็กน