่าข้าจะล้มไม่เป็นท่า หรือกลัวข้าจะดุร้าย เป็นบ้า” เจียงหลีมองเขาอย่างขี้เล่น
หรงจิ่งเม้มริมฝีปากและนิ่งเงียบ ซึ่งสีหน้าได้พูดทุกอย่างออกมาหมดแล้ว
“วางใจเถิด ข้าไม่เป็นเช่นนั้นหรอก” เจียงหลีรินเหล้าให้ตัวเองเต็มแก้ว
รอยยิ้มอมทุกข์ของนาง ทำให้หรงจิ่งรู้สึกปวดใจ เมื่อลู่เจี้ยจากไปแล้ว เขาทำตามอย่างที่เขาพูด เขาได้เอาหัวใจของเจียงหลีไปและเอาจิตใจที่มั่นคงแน่วแน่ของเจียงหลีไปด้วย เจียงหลีตอนนี้…
“ท่านเป็นเช่นนี้จะมั่นใจได้อย่างไรว่านายน้อยลู่จะตายตาหลับ” หรงจิ่งไม่มีทางเลือกอื่นจึงอ้างถึงลู่เจี้ย
เจียงหลีกลับหัวเราะขึ้น “เขาตายตาหลับอยู่แล้วและรู้ว่าข้าจะไม่ล้มเพราะเรื่องนี้หรอก”
“ท่านทำไมต้องแบกมันไว้เช่นนี้ ปลดปล่อยออกมาบ้างก็ไม่เห็นเป็นอะไร ที่นี่ไม่ได้มีคนนอก” หรงจิ่งพูดตรงไปตรงมา
เจียงหลีเงยหน้าขึ้นมองเขาเหมือนอยากพูดว่าเจ้าไม่ใช่คนนอกหรือ
“…” จู่ๆ หรงจิ่งก็ส่ายหัวและหัวเราะลั่น
ดูเหมือนเขาจะหมดคำพูดแล้ว
เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจู่ๆ อารมณ์ของเขาถึงควบคุมไม่ได้เช่นนั้น ทำไมเขาถึงต้องกังวลและเป็นห่วงนางมากด้วย
“องค์หญิง อย่าถือสาข้าเลย” หรงจิ่งก้มหน้าและสงบสติอารมณ์
เจียงหลียักคิ้วโดยมิได้ให้ความสนใจมากนัก “ไม่เป็นไร คุณชายสูญเสียเพื่อนรักไป ย่อมเสียใจเป็นธรรมดา ข้าเข้าใจ”
คำพูดของนางดูเรียบง่ายเกินไป ราวกับว่าลู่เจี้ยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับนางเลย
มันเป็นไปได้หรือ
หรงจิ่งไม่เชื่อ